สอนใจสอนชีวิตคนทำแท้ง


เขียนเมื่อ  18 march 2012

หลายปีก่อน ฉันได้ตัดสินใจทำสิ่งที่ผิดพลาดไปสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกผิด เสียใจและเสียดายมาจนทุกวันนี้ ตลอดจน เกิดความย่ำแย่กับชีวิตมากมาย  ฉันตั้งใจว่า จะ ทำสิ่งๆ หนึ่ง เพื่อ เป็นการ “ไถ่โทษ”  (เรียกตามภาษาชาวบ้าน) ด้วยการ เขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในสิ่งที่ฉันได้ทำผิดพลาดลงไป และ ผลที่เกิดขึ้นทั้งหลาย ออกเผยแพร่ เป็นสาธารณะ เพื่อให้ เกิดการ เรียนรู้ และ อุทาหรณ์เตือนใจ …. ผลบุญใด อันเกิดขึ้น จากการเผยแพร่เรื่องราวเหล่านี้ของฉัน ฉันขออุทิศ บุญกุศลเหล่านั้นทั้งหมด ให้กับ น้องบอย ผู้ซึ่งต้นเหตุ ให้เกิดเรื่องราวนี้ ผู้ซึ่งควรจะเกิดแต่มิอาจได้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้เพียงเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของฉัน ….

,,,,,,,,,,,,,,,,

ปี 2545

ในวันที่เรียนจบ มหาวิทยาลัย ใหม่ๆ เวลานั้น ฉัน รักอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ที่อายุห่างกันมากกว่าหนึ่งรอบ.. แน่นอน ที่ผู้ชายที่อายุมากกว่าขนาดนั้น จะต้องมีครอบครัวแล้ว ในตอนนั้น ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่ ดูอบอุ่นเหมือนมีคนดูแล มีรถยนต์ และอยู่ใกล้บ้านฉัน เขาจึงเป็นผู้ชายที่ฉันรักมาก จนตัดสินใจทิ้งผู้ชาย ที่ฉันคบอยู่ก่อนตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยใหม่ๆไปโดยไม่สนใจอะไร

ฉัน เจอเขา แทบจะทุกวัน เพราะ บ้านเราอยู่ใกล้กันมาก และเขา ก็ ช่วยเหลือ งานที่บ้านฉันได้มากมายในสิ่งที่ฉันไม่รู้ แต่เราก็ทะเลาะกันบ่อยอยู่เหมือนกัน หลายๆครั้งที่ฉัน ร้องไห้ และ เหนื่อยใจเพราะเขา แต่ด้วยความรักในตอนนั้น ก็เลยยอมเขา มาตลอด ไม่ว่าจะเรื่องอะไร  เรื่องอื่น ฉันไม่เคยมีปัญหาเลย ไม่ว่าจะเรื่อง เงิน เรื่อง งาน เพราะตอนนั้น ฉันก็มีเงินเก็บ พอสมควร ที่เก็บไว้ตั้งแต่สมัยเรียน เรียนจบ ก็ ทำงาน จนมาช่วยงานพี่สาว ก็ยังมีเงินเก็บบ้าง

ปลายปี 2546  ฉันเริ่ม เข้ารับงานกิจการที่บ้าน อย่างเต็มตัว ช่วงนั้น ถึงแม้ การเงินจะยังไม่ลงตัว แต่ ฉันก็มีความสุข มีกินมีใช้ อยากกินอะไร ฉันก็ยังซื้อกินได้อย่างไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง  เงินที่เป็นหนี้ค่าของที่ค้างมาจากของเก่าที่แม่ทำไว้ ฉันก็ยังพอที่จะ หามาจ่ายได้อย่างเรื่อยๆ ไม่ได้หนักใจอะไร จนจ่ายได้ครบ ได้หมด จะเหลือก็แต่เพียง หนี้เงินกู้รายวันที่แม่เอาเยอะแค่นั้นเอง.. วันๆขายของได้ ก็ เก็บไว้ ผ่านเช็ค   เหลือ ไว้ซื้อของกิน ซื้อของใช้บ้าง  ให้พอสุขใจ … จะมีเพียงเรื่องเดียวที่ กลุ้มใจ คือ เรื่องความรักที่แย่ๆ เท่านั้น

จนกระทั่งวันที่ 10 พฤศจิกายน  2547 ฉันรู้ตัวว่า ฉันท้อง น่าจะไม่ถึงเดือน ที่รู้เร็ว เพราะอยู่ดีๆ เหมือนมีอะไรดลใจ ให้สังเกตสิ่งผิดปกติในร่างกายตัวเอง ประจำเดือนมากระปริดกระปรอย มีแต่คนทักว่า ดูอวบ ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ตามประสาของคนท้อง ที่มักจะดูดี ประกอบกับ มี น้อง ที่กำลังตั้งท้อง  ได้พูดถึงอาการของคนเริ่มท้อง ให้ฟัง ซึ่งก็ตรงกับเรา ก็เลยเอะใจ  จึงได้ไปซื้อ ชุดตรวจ มาลองตรวจ และผลก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

วันนั้น ฉัน ใจหาย …. ณ ตอนนั้น ฉันคิดว่า ถ้า พ่อกับแม่ รู้ ว่าท้อง เขาคงไม่ชอบและเสียใจแน่ เพราะ แค่ฉันคบกับผู้ชายคนนี้ เขาก็ พูดไม่ออกแล้ว เพียงแต่ ห้ามไม่ได้แค่นั้นเอง …นอกจากนั้น ยังใจหาย เพราะ รู้ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่อยากมีลูกอีก เขาเคยบอกฉันหลายครั้ง ว่าเขาไม่อยากมีลูกอีกแล้ว ไม่อยากเลี้ยง ฉันรู้ทันที ว่า ถ้าบอกเขา เขาจะไม่ยินดีแน่นอน ….. จริงๆ ฉันก็อยาก เอาไว้ ถ้า เขายอมรับ แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับ ฉันก็ไม่เด็ดเดี่ยวพอที่จะ เก็บเด็กไว้ เพราะ  ฉันรู้สึก อาย ขึ้นมาเล็กน้อย ถ้าใครๆรู้  .. แน่นอน อนาคต จะดำเนินไปอย่างไร ฉัน ก็ต้องบอกเขาก่อน เพื่อดูว่า เขาจะว่าอย่างไร

วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เขารู้ … ฉันเห็น เขา ตกใจ ก่อนจะนิ่งเงียบไปพร้อมกับมีน้ำตาเล็กน้อย ฉันรู้ว่า มันเป็นน้ำตาแห่งความเสียใจ ที่ทำผิดพลาด  ในใจลึกๆ ของฉัน หวังจะให้เขายอมรับ แต่ก็เป็นอย่างที่เดาไว้ เขาไม่อยากมีลูกอีก …. เราเถียงกันพอสมควร คำพูดแย่ๆ หลุดออกมามากมายจากปากเขา ..  ฉันอยากให้เขายอมรับ แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร สุดท้าย ฉันก็ ต้องยอมทำตามที่เขาขอ….. “พี่ขอนะ……. ” ฉันเห็นน้ำตาเขาไหลออกมาเล็กน้อย … แน่นอน … ด้วยความที่รักเขา  เหตุการณ์หลังจากนั้น จึงเป็นการหาวิธี ทำอย่างไร เพื่อ “เอาออก”   ฉันเหมือน วัว ตัวหนึ่ง ที่ให้เขาจูงไปทางนั้นทางนี้ วิธีไหน ที่เขาหามาให้ทำ ฉันก็ทำ   ไปตรวจไปหาหมอที่คลีนิคทำหมันชื่อดังแถวๆ สุขุมวิท 12 เขาอัลตร้าซาว แต่ไม่รู้ทำไม ยังไม่พบ น่าจะเพราะ เพิ่งเริ่มต้น …เมื่อตรวจไม่พบ ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง  จึง ไปค้นหา  ยาต่างๆ มาให้ฉันกิน แต่ฉันก็ไม่ได้กินมากมายเพราะกลัว  สุดท้ายเขาจึง หายาดองเหล้า มาให้ … ฉันไม่รู้หรอกว่า เขาใช้อะไรบ้าง ฉันรู้แต่ว่า วันนั้นเขาเล่าให้ฉันฟังอย่างภูมิใจ ว่า เขาได้สูตรมาใหม่ มาลองกินดูนะ … ตอนนั้น ฉันเห็นเรื่องการทำแท้ง เป็นเรื่องเล็กๆ เพราะว่าเพิ่งจะท้องได้ไม่ถึงสองเดือน  ฉัน หาอ่านหนังสือ  เขาว่า ระยะเวลา สี่สัปดาห์ ยังเป็น เหมือน ก้อนเนื้อกำลังแบ่งตัวอยู่ ยังไม่มีอวัยวะใดๆ … จึง ยอม เอาเด็กออกอย่างง่ายดาย ตามที่เขาขอ …

คืนวันอาทิตย์ที่ 14  หลังจากกินยาดอง ฉันรู้สึกปวดท้องน้อยอย่างหนัก คืนนั้นมีเลือดไหลออกมา เหมือนมีประจำเดือน แต่ไม่มากนัก  อาการปวดท้องเป็นๆ หายๆ เขาหมั่นมาหาฉัน เพื่อที่จะเอายาดองมาให้กิน ไม่ขาดมื้อ … ทั้งๆที่ปกติ ไม่เคยใส่ใจกันแบบนี้เลย  จนบ่ายวันหนึ่ง ฉันรู้สึกว่า ท้องฉันบีบรัดมาก ปวดท้องอย่างหนัก แล้วอยู่ดีๆ ก็ รู้สึก เหมือนมีเลือดก้อนๆ ไหลออกมาจากช่องคลอด  “ปุ๊ด”  …. ฉันคิดว่า นั่น ต้องเป็นก้อนเนื้อเด็ก แน่ๆ  จึงเข้าไปดูในห้องน้ำ …. ฉันเห็น เหมือน เป็นก้อนเนื้อ ขาวๆปนดำๆปนแดงๆ  ก้อนเท่า ลูกชิ้นจัมโบ้ เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 2 เซ็นติเมตรได้ …จริงๆ ก็จำไม่ค่อยได้หรอก เพราะ เวลามันผ่านมานานแล้ว  แต่ ความรู้สึก ตอนที่ ปุ๊ด ออกมานั้น ฉันยังจำได้อยู่จนทุกวันนี้ … หลังจากนั้น เลือดก็ ไหลออกมามาก เหมือนมีประจำเดือนตามปกติ  ฉันเล่าให้เขาฟัง ว่า สำเร็จแล้วนะ … เขาดีใจ พร้อมกับคุยโว ถึง สูตรยาของเขา …..  ฉันก็ รู้สึกดีใจ ไปตามเรื่องตามราว ตามประสา ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รู้สึกดี เมื่อ คนรัก พูดคุยกับเราอย่างมีความสุข

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

วันเวลาผ่านไป … ฉัน กับเขา ก็ยัง คบกันอยู่ตามปกติ ถึงแม้ จะ ทะเลาะกันบ่อย จนดูเป็นเรื่องปกติ  สามวันดี สี่วันทะเลาะ

หลังจาก เริ่มต้นทำร้านมาได้ ครบปี เดินบัญชีธนาคารจนสามารถ ทำบัตรเครดิตได้  ฉันก็เริ่มทำบัตรเครดิต … เชื่อไหม มีกี่ธนาคาร ฉัน ทำไว้หมด ไม่ได้ทำทีเดียวทุกธนาคารนะ ค่อยๆทยอยทำไปเรื่อยๆ แรกๆ ฉันกะว่า จะทำแค่ สองใบ เอาไว้ใช้ยามจำเป็น  แต่ สุดท้าย ไปๆมาๆ ก็ มีแต่เอามาใช้ ผ่านเช็ค ให้กับร้าน ทั้งนั้นเลย …ทำไงได้ .. ตอนนั้น ฉันใจไม่แข็งพอที่จะให้เช็คเด้ง นี่นา … ฉันทำทุกทาง ทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เงินมาผ่านเช็ค จนทุกๆบัตร วงเงินเต็ม  ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมยิ่งทำ ก็มีแต่ยิ่งแย่ ทั้งๆที่เราก็ บริหารเหมือนร้านอื่นๆ เหมือนร้านพี่สาว .. ระยะหลัง ที่ฉันหาเงิน ผ่านเช็คไม่ทันบ่อย บัตรเครดิตก็วงเงินเต็มแล้ว บัตรเครดิตเกือบสิบใบ วงเงินใบละ 50000บาท ยังเต็ม ง่วง   ยืมญาติพี่น้องมาก่อนจนเกรงใจแล้ว  ก็เลยต้อง กลับไปพึ่งพาหนี้นอกระบบเจ้าเดียวกับที่แม่เคยใช้บริการ ดอกร้อยละ 15 บ้าง 20 บ้าง ถูๆ ไถๆ ไป วันๆ ฉันแทบไม่ได้ใช้เงิน เที่ยวเตร่ กินเหล้า หรือ ใช้จ่ายอะไรฟุ่มเฟือย นอกจาก ซื้ออะไรกิน แต่ ฉันก็ยังหาเงิน ไม่พอ เสียที ทุกวัน ฉันมีชีวิตอยู่แค่ หาเงินผ่านเช็ค จ่ายค่าบัตรเครดิต และ หนี้นอกระบบ … ได้เงินมาก็ผ่านเช็ค สั่งของชนิดนั้น มาขาย ขายดี ก็ ต้องเอามาผ่านเช็คค่าของอย่างอื่น พอถึงเวลา ผ่านเช็คค่าของนั้น ก็เป็นจังหวะ ขายไม่ดี หาเงินได้ไม่พอ ก็ต้องพึ่งเงินกู้ หมุนเวียนกันไป.. ชีวิตฉันเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดในช่วงนั้น  …. เชื่อไหม บางช่วง ฉัน ต้อง จ่ายเงินกู้รายวัน มากสุดถึง สามพันบาท ต่อวัน … เจ้าหนี้ มาเก็บทุกวัน … บางวัน ฉันขายของได้เงินพอผ่านเช็ค แต่ยังขาด เงินรายวันที่ต้องจ่าย ถ้าจ่ายเงินกู้ไป ก็ไม่พอผ่านเช็ค ฉันก็ต้อง หลบเจ้าหนี้เงินกู้ หลบใต้โต๊ะบ้าง หลบขึ้นข้างบนบ้าง หลบในห้องเก็บของบ้าง หลังบ้านบ้าง ตามแต่ จะวิ่งหลบทัน …. โดยมี ลูกน้อง คอยช่วยเหลือ ซึ่งเป็นที่รู้กัน …..

ฉันไม่สนุกหรอก กับการมีชีวิตแบบนั้น แต่มันเลือกไม่ได้จริงๆ ฉันต้องทำทุกทาง เพื่อรักษาเครดิต หาเงินมาผ่านเช็ค … หลายครั้ง ที่รู้สึกเหนื่อยใจ และท้อ ที่เหมือน กับ ยิ่งทำ ยิ่งขาย ก็ยิ่งแย่ลง จนวันหนึ่ง เขา ทนเห็นฉัน เป็นหนี้รายวันไม่ไหว จึงตัดสินใจช่วยเหลือฉัน ด้วยการ นำรถตู้รถคันเดียวของเขา ที่เอาไว้หากิน เข้าไฟแนนซ์ เอาเงินมาให้ฉัน ใช้หนี้รายวัน …. ได้ เงิน มาแสนเศษๆ ใช้ หนี้รายวันแล้ว ก็ พอเหลือนิดหน่อย เอาเก็บไว้ผ่านเช็ค  ที่บอกว่า พอเหลือนิดหน่อย  อาจจะตกใจว่า ฉันเป็นหนี้ เกือบแสนเชียวหรือ ….
ใช่ ! หนี้เงินกู้นอกระบบ เกือบแสนทีเดียว เป็นเพราะว่า มันมี หนี้เก่า ที่เกิดจากแม่ฉันกู้มาอยู่ก่อนแล้วด้วยน่ะเอง พอฉันมารับช่วงร้านต่อจากแม่  หนี้ทุกๆอย่าง ก็ตกมาที่ฉันอย่างจำเป็น …. แม่ ทิ้งแค่ ร้านกับของภายในร้านที่เหลืออยู่น้อยเต็มที  พร้อมทั้งหนี้สิน ไว้ให้ฉัน ดูเหมือนฉันเริ่มต้น จากติดลบ เนาะ –“…. แต่ ฉันก็ไม่ได้ ท้อใจนะ .. ในตอนแรก ฉันเต็มใจที่จะรับมันไว้ เพราะว่านี่ คือ บ้านของฉัน

หลังจากที่ เขา เอาเงินมาให้ฉันยืม โดยให้ฉันเป็นคนรับผิดชอบผ่อน ไฟแนนซ์ ฉัน ผ่อนได้ อยู่เพียงไม่กี่เดือนหรอก ไม่ใช่ว่า ไม่อยากผ่อนนะ แต่ เป็นเพราะว่า หาไม่ได้จริงๆ จนเริ่ม มีปากมีเสียง กันเรื่องเงินมากขึ้น ทะเลาะกันมากขึ้น ซึ่งช่วงนั้น เช็คฉัน เด้ง มากมาย ฉันเครียดจน หายเครียด … เพราะ เครียดไปก็หาทางแก้ไขไม่ได้ นอกจาก ทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเนือยๆ  … แน่นอน เมื่อมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยว ต่อให้คนเคยรักกันมาเป็นสิบปีก็เถอะ ยังไง ก็ต้องมีปัญหา … แล้วก็ มาถึงวันที่ เลิกกัน อย่างถาวร ในช่วงปีใหม่ ปี 50 ตอนนั้น ฉันไม่ได้เสียใจมากมายเท่าไหร่นัก เพราะ เหนื่อยกับความรักที่แย่ๆ มานาน บวกกับ  เราทะเลาะกันรุนแรง ด้วย ก็เลย สามารถตัดใจได้ อย่างไม่เสียใจนัก

ช่วงที่อยู่เป็นโสด ใช่ว่า ชีวิต การงาน การเงิน ของฉันจะรุ่งเรือง .. ไม่เลย มีแต่แย่ลง และ แย่ลงขึ้นทุกวัน บางช่วง ทำท่าจะดีขึ้น แต่ผ่านไประยะหนึ่ง ก็ กลับมาแย่ลง เหมือนเดิม เป็นแบบนี้ หมุนเวียนไปตลอด

ช่วงปี 50 เป็นช่วงที่ฉัน เริ่มหันเข้าหา วัด เริ่ม ไปปฏิบัติธรรม ถือศีล ตามที่นั้น ที่นี้ อยู่ บ่อยๆ ฉันแค่รู้สึกเหนื่อย และท้อ ที่ ทำเท่าไหร่ ก็ไม่ดีขึ้นสักที ว่ากันว่า คนทำแท้ง มักจะทำอะไรไม่ขึ้น ฉันเริ่มประจักษ์แกใจแล้วในตอนนั้น ทุกครั้ง ที่ ได้มีโอกาสทำบุญ หรือ ปฏิบัติธรรม ฉัน ไม่ลืม ที่จะแผ่ส่วนบุญกุศล ให้กับ ลูกของฉัน

จนวันหนึ่ง ฉันค้นกูเกื้ล ด้วยคำว่า กรรม และนั่งดูไปเรื่อยๆ ก็ ได้รู้กับ คำว่า ออกกรรม …. จึงได้มีการปรึกษา ติดต่อ ผู้ที่ นำประสบการณ์เกี่ยวกับการไปออกกรรม มาโพสต์เอาไว้ ว่าเขาไปที่ใด …. ฉันตัดสินใจ เดินทาง ไปที่ สำนักปฏิบัติธรรมนั้น กับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีปัญหาเรื่องความรักและ สุขภาพมากมาย … ด้วยหวังว่า การไปครั้งนี้ จะช่วยให้ ชีวิตของฉันดีขึ้นมาบ้าง … ที่นั่น ฉันได้เจอแม่ชีพร แม่ชีพรเก่งและมีเมตตา ให้เวลากับฉัน ช่วยให้ฉันได้รู้เรื่อง กรรมในอดีตอย่างเต็มที่ ครั้งนี้เอง ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ลูกของฉันเป็นเด็กผู้ชาย จึงได้ตั้งชื่อให้เขา ว่า น้องบอย …น้องบอย บอกว่า ไม่เคยโกรธฉัน และ บุญที่ฉันทำให้ เขาก็ได้รับอยู่เสมอ มีหลายๆเรื่อง ที่ฉันรู้ จากการออกกรรม  ฉันเริ่ม แก้ไขให้ตามที่น้องบอยขอ ทำบุญด้วย สิ่งนั้นสิ่งนี้  เพื่อหวังที่จะให้น้องได้อโหสิกรรมและไปเกิด

ระยะเวลาผ่านไป ชีวิตฉันก็ยังคงเหมือนเดิม  ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นฟู่ฟ่า สิ่งที่ดีขึ้น มีเพียงแต่ ใจที่ชาขึ้น กับปัญหาแค่นั้นเอง การคลุกคลีหาความรู้และปฏิบัติอยู่กับการออกกรรม ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า  การออกกรรม ไม่ใช่การตัดกรรม ถึงแม้ เราจะขออโหสิกรรมได้แล้ว แต่สุดท้าย เราก็ต้องรับผลกรรมนั้นๆ อยู่ดี อาจจะผ่อนจากหนักเป็นเบาได้บ้าง แค่นั้นเอง …  ฉัน เริ่มชินกับปัญหาต่างๆ จนไม่คิดว่า มันจะมีอะไรที่แย่ไปกว่านี้อีกแล้ว ขายของได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หาเงินพอบ้าง ไม่พอบ้าง เป็นแบบนี้ มาตลอด …  ฉันเริ่มหยุดใช้เช็ค เนื่องจากเช็คเด้งบ่อย จนโดนธนาคารปิดไปหมดทุกธนาคาร ร้องไห้ ชีวิตเป็นไปแบบ ทำใจยอมรับ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด มีก็จ่าย ไม่มี ก็ ก้มหน้าให้เขาด่าแล้วขอผลัดผ่อนไป เป็นอะไรที่ น่าดูแคลนมาก

ฉัน บ้า ดูดวงอยู่ พักหนึ่ง ตรงไหนที่ว่าดี ที่ว่าแม่น ถ้าฉันรู้ฉันก็จะไป  แน่นอน หมอดูส่วนใหญ่ จะทักเรื่องเด็กอยู่เสมอ และ พูดคล้ายๆ กันหมดว่า ชีวิตฉัน จะแย่ ไปอีกนาน  …. คำพูดเหล่านี้ เหมือน เตือน ให้ฉันปลง เกี่ยวกับชีวิต ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันคงเลือกให้เขาเกิดมาและเลี้ยงเขาไว้เอง ถึงแม้ว่าพ่อเขาไม่ต้องการก็ตาม … แต่ก็สายไปแล้ว  … ฉันดูดวง จน ไม่อยากจะดู เพราะดูกี่ครั้ง กี่ที่ …ก็ ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลย  มีแต่ตอกย้ำ ให้รู้ว่า ดวงตัวเองย่ำแย่ยังไงแค่นั้นเอง  ดูแล้ว ไม่มีอะไรน่าชื่นใจก็ไม่รู้จะดูไปทำไม สับสน

ปลายปี 51 มีผู้ชายคนหนึ่ง เข้ามาในชีวิต … ฉันรักเขาเร็วมาก และ เขา ก็ ดีและ เป็นอย่างใจฉันทุกอย่างในช่วงแรกๆ เราคบกันอย่างรวดเร็ว และ ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ที่จะอยู่ด้วยกัน ฉันสามีภรรยา ถึงแม้จะไม่ได้จัดงานแต่งงาน .. ดูเหมือน ความรักที่มีความสุข จะทำให้ฉัน ผ่อนคลายเรื่อง งาน เรื่อง เงิน ไปได้ มากทีเดียว  ……. ฉัน อยู่กับเขา ได้ไม่กี่เดือน ปัญหา ก็เริ่มเกิด เขาเปลี่ยนไป ควาามสุขความสมหวังเรื่องความรัก เริ่มจางหาย เพราะความเจ้าชู้ ความโลเลของเขา ….. ตลอดเวลา 7 เดือนที่เราอยู่ด้วยกัน เราไม่เคยคุมกำเนิด แต่ก็ ไม่ท้องซะที ช่วงนั้น ฉันอยากมีลูกมาก ฉันคิดถึงน้องบอยอยู่เสมอ ขอให้เขาอโหสิกรรม และมาเกิดใหม่   แต่ จนแล้วจนรอด ก็ ไม่มี …ฉันดูดวง กับ หมอดูที่มีญาณ คนหนึ่ง เขาบอกฉันว่า น้องบอย ไม่ชอบผู้ชายคนนี้ และผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คู่ของฉัน ฉันรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก  ช่วงที่เรา เจอกัน เหมือน เขาเป็นคู่ของฉันมาก หน้าตาเราก็เหมือนกัน  ไปดูดวงหลายๆที่ ส่วนใหญ่ เขาก็ว่า เป็นเนื้อคู่ของฉัน … ฉันรักและผูกพันกับผู้ชายคนนี้มาก … จนวันสุดท้าย ที่เขาหนีไป ฉันเสียใจจนไม่มีเรี่ยวมีแรงจะทำอะไร ทุกๆอย่าง เป็นสีเทาไปหมด ไม่กินข้าว ไม่ยิ้ม ไม่แย้ม ร้องไห้ อยู่เป็นเดือน ช่วงนั้น ที่ร้าน ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่อง เช็ค อีกแล้ว เพราะว่า ทุกธนาคารปิดบัญชีของฉันหมด จึงไม่ต้องมากังวลเรื่องหาเงินผ่านเช็คอีกต่อไป มี ก็ จ่าย ไม่มีก็ ผลัดผ่อนไปก่อน … แน่นอน เจ้าหนี้ ไม่ชอบ แต่ฉันก็ต้องทำแบบนั้น เพราะไม่มีทางอื่น …. ฉันเหนื่อย ฉันท้อ เจอพระรูปหนึ่ง ท่านก็ว่า เราเคยทำกรรมกันมา ฉันเหมือน ศาลา เขาแค่มาขอพัก พอเขาหายเหนื่อยเขาก็ต้องไป ซึ่งมันก็จริง ตอนที่เขา เจอฉัน มาอยู่กับฉัน เหมือน ชีวิตหน้าที่การงานของเขาหยุดชะงักไปชั่วคราว ต้องออกจากงาน ต้อง หางานใหม่ …เหมือนคนไม่มีค่าอะไร …รถก็โดนยึด แต่พอเขาไปจากฉัน ก็ดูเหมือน ชีวิตเขา ดีขึ้นมาทันที  รู้สึก เหมือนตัวเองเป็นตัวซวยสำหรับใครๆ ตั้งแต่นั้นมา … ฉันกลับไปที่ สำนักปฏิบัติธรรม ที่ออกกรรมอีกครั้ง น้องบอย ยังไม่ได้ไปเกิด เพราะว่า ยังไม่ถึงเวลาของเขา ที่ผ่านมา ฉันเชื่อมาเสมอว่า น้องบอยไม่ได้ อาฆาตฉัน ไม่ได้จองเวรฉัน แต่ ไม่รู้ว่า ทำไม ฉันถึงได้ทำอะไรติดขัด ไม่หายสักที … จนวันหนึ่ง ฉัน ก็เจอคำตอบ  ถึงแม้ น้องบอย จะอโหสิกรรม ไม่อาฆาตฉัน แต่ฉันก็ยังคงต้องรับผลของกรรมนั้นอยู่ดี อาจจะดีหน่อย ตรงที่ว่า เขาไม่อาฆาต ถ้าเขาอาฆาต สิ่งที่ฉันเจอ คงจะต้องหนักกว่าทุกวันที่เป็นอยู่นี้แน่

ฉันเคยไปถือศีล ที่ ชุมพร มีคนบอกว่า วัดนี้ หลวงพ่อเก่ง ฉันก็ไป ที่นี่ หลวงพ่อ มีพิธี ช่วยเหลือ คนที่เคยทำแท้งมา ด้วยการฝากวิญญาณไว้กับวัดที่นั่น  ฉันก็ทำ …กลับมาถึงบ้าน หวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้นมาบ้าง …. แต่ก็เหมือนเดิม ขายของเงียบเหมือนเดิม … แต่ก็ตลกดีนะ … ฉันรู้สึก เหมือน เขาก็ยังอยู่กับฉันเหมือนปกติ ฉันไปออกกรรม อีกครั้ง ทั้งๆที่ใจ ฉันไม่ได้ คิดถึง น้องบอย หรือ อะไรทั้งสิ้น แต่ครั้งนั้น น้องบอย ก็มาร้องไห้ ฟ้องกับแม่ชีพร ว่า ฉันเอาเขาไปทิ้ง ที่อื่น เขาโกรธและน้อยใจมาก ที่ฉันทำแบบนั้น แต่ เขาไม่อยากอยู่ก็เลยหนีมา  ทุกๆคนที่ได้ยิน อึ้งไปตามๆ กัน …..

เหมือนชีวิตของฉัน ไม่หลุดพ้น จากเรื่องนี้เสียที  หลังๆ ฉันสนใจ ดูดวงกับพวกมีญาณ …  ไปดูแต่ละที่ เขาก็มักจะบอกฉันว่า ฉันติดขัด เพราะเด็ก ทั้งๆที่ฉันยังไมได้พูดอะไร …. ทุกครั้งที่ได้ฟัง ฉันรู้สึกเหนื่อย  เหนื่อยเหลือเกินที่ไม่หลุดพ้นเสียที ถามว่า ฉันรู้สึกผิดไหม แน่นอน ฉันรู้สึกผิดมานานแล้วละ  แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไม มันถึงได้แย่นักหนา … อะไรจะแย่ได้ขนาดนี้ ให้ตายไปเลยซะยังดีกว่ากำลังใช้ความคิด

ปลายปี 53 ฉันได้เจอ ผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่ใครหลายๆคน เชื่อว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง เขาอายุน้อยกว่าฉันหนี่งปี ยังโสด เรารู้จักกันมาได้สักพักแล้ว แต่ในฐานะเพื่อนห่างๆ เคยคุยกันบ้าง ตามแต่โอกาส จนวันหนึ่ง ที่เรามีโอกาสได้กลับมาร่วมกิจกรรมและได้ใกล้ชิดกัน เราจึง หันมาคบกัน  ก็ เหมือน กรรม อีกตามเคย …. ฉัน หวังจะจริงจัง กับคนๆนี้ เพราะเขาก็โสด และเป็นคนดี … แต่เมื่อยิ่งคบกันไป ก็เหมือนเราเข้ากันไม่ได้เลย เขาใส่ใจใครไม่เป็น เทคแคร์ใครไม่เป็น และเขา ก็ไม่อยากมีครอบครัว และ ไม่อยากมีลูก ซึ่งตรงข้ามกันกับฉันทุกอย่าง …… โอ๊ย …. เหมือนกรรมตามมาเล่นงานฉัน จริงๆ … ฉัน คิดมากอยู่หลายวัน และคิดอยู่ตลอดมา เรื่องที่เขาไม่อยากมีลูก …. ระยะหลัง ฉันเห็น หลายๆคน มีลูก ฉันยิ่งรู้สึกเศร้าใจ นี่ก็ ปี 55 แล้ว กี่ปีมาแล้วนะ ที่ฉันยังติดอยู่ในบ่วงกรรมนี้  หลายๆ ครั้งที่ฉันคิดถึงน้องบอย  ถ้าฉันให้เขาเกิดมา ป่านนี้ เขาคงจะอายุประมาณ 7 – 8 ขวบ ตอนนี้ฉันอายุ  32 แล้ว มีแฟน แฟนก็ยืนยัน ไม่อยากมีลูก   หากเลิกกันกับคนนี้ ก็ไม่รู้ว่า ฉันจะได้เจอใครอีกไหม ถ้าเจอก็ไม่รู้ว่า จะมีลูกได้หรือเปล่า … เพราะเคยถามหมอดู มาก็หลายคน บ้างก็ว่า มียากถึงไม่มีเลย บ้างก็ว่า คงไม่มีแล้ว  ฟังแล้ว ยิ่งเศร้า … คิดถึงและรู้สึกผิดกับน้องบอยยิ่งนัก

ว่ากันว่า คนทำแท้ง จะทำมาหากินไม่ขึ้น ชีวิตจะ ล้มเหลว ไปอยู่อย่างนั้น 7 ปี ….. นี่ก็ เลยเจ็ดปีมาแล้วนะ แต่ชีวิตฉันก็ เหมือนไม่หลุดพ้นจากกรรมนี้เสียที จะว่าเป็นเพราะฉันไม่ ปล่อยวาง มัวแต่ไป ยึดติดกับกรรมนี้ มันก็ไม่ใช่ …….. ฉันแทบไม่ได้นึกถึงเลยด้วยซ้ำ แต่ กรรมนี้ เหมือน ตามหลอกหลอนฉันอยู่ต่างหาก ……. ทุกๆอย่างในชีวิต แย่ไปหมด ทุกวันนี้ ฉันกลายเป็นคนไร้ค่า ไม่กล้าเริ่มต้นที่จะทำอะไร เพราะ ขัดสนไปหมด เคยเริ่ม เคยทำก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนไม่กล้าจะทำลงทุนหรือทำอะไรอีก   ความรัก ก็ ไม่ดี และวันนี้ วันที่ฉัน พิมพ์เรื่องราวนี้ขึ้นมา ก็ เป็นอีกวันหนึ่ง ที่ฉัน ต้องผิดหวังกับความรัก …… คนที่ฉันรัก ไม่ได้รักฉันแล้ว … เราเลิกกัน วันนี้ เอง

ทุกครั้ง ที่ฉันรู้ หรือ เห็นคนทำแท้ง หรือ คิดจะทำแท้ง ฉันอยากจะเข้าไปเตือน หรือ บอกเขาเหลือเกิน ว่า “อย่าทำอย่างนั้นเลย“ อยากพูด อยากอธิบายว่าเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ถ้าทำแบบนั้น  อยากให้เขารู้ว่า คำว่า “ทำอะไรไม่ขึ้น” มันหนักหนาสาหัสแค่ไหน   ต่อให้ คุณไป หาแก้กรรม ตัดกรรม ออกกรมม ..เชื่อเหอะ ว่ายังไงคุณก็ยังจะต้องได้รับผลกรรมนั้นๆอยู่ดี

อะไรบ้าง ที่ฉันเจอ นับตั้งแต่ ทำแท้ง 

ฉันไม่รู้ว่า ความสุข ความสบายใจเป็นอย่างไร ทุกๆวันฉันดูเหมือนมีความสุข ยิ้มแย้ม เฮฮา แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เลย แค่ชินต่างหาก แม้ไม่มีเรื่องความรัก อย่างน้อยก็ต้องทุกข์เรื่อง เงิน ….. คุณน่าจะรู้ว่า เวลามีเงิน อย่างน้อยมันก็ทำให้เราอุ่นใจ  ส่วนลึกแล้ว ฉันไม่เคยมีความสุขจากส่วนลึกเลยสักวัน

ความรัก ไม่เคยเจอกับความสมหวังเลยสักครั้ง จริงอยู่ ที่อาจเป็นเพราะกรรมอื่นๆ ที่เคยทำมา แต่ฉันก็เชื่อว่า ที่ชีวิตฉันล้มเหลวทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผล มาจากการทำแท้ง นี่เอง

มีงาน ก็เหมือนไม่มีงานทำ เพราะ งาน ไม่สามารถหาเงินได้อย่างเต็มที่ หันไปทำอะไรอย่างอื่น ก็ มีเหตุให้ติดขัด ให้ล้มเหลวอยู่เสมอ มองหาอนาคตไม่เจอ

เมื่ออยากมีลูก  ก็ไม่มี  เจอเด็กที่ไหน เมืออยากจะเล่นด้วย  แต่ก็เหมือน เข้ากับเด็กไม่ได้ .. เหมือนเด็กไม่ชอบเรา จิตบริสุทธิ์ของเด็กคงรู้ว่าฉันเคยทำร้ายเด็กมาก่อน  หลายครั้ง ที่ ฉันนอนเสียใจ เมื่อนึกถึง สิ่งที่ผ่านมา “ถ้าวันนั้นฉันไม่ตัดสินใจอย่างนั้น ป่านนี้ น้องคงโต และคงจะมีความสุข ได้รู้จักความรักของแม่ที่มีต่อลูก ถึงแม้ชีวิตจะล้มลุกคลุกคลาน แต่อย่างน้อย เราก็ไม่ได้ทำบาปฆ่าคน …… ฉันเสียใจ! ”

ทุกวันนี้ฉันเหนื่อย ที่ผิดหวังมาตลอด จนบางครั้ง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยู่ก็เหมือนคนไม่มีค่าอะไร เพราะไม่สามารถดูแลตัวเอง ดูแลพ่อแม่ หรือใครๆได้เลย .. ฉันเคยปรารถกับตัวเองไว้นานเป็นปีๆแล้วว่า สักวัน ฉันจะเขียนเรื่องราวของฉันขึ้นเพื่อไว้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่กำลังจะคิดทำแท้ง ….. เพื่ออุทิศบุญกุศล ให้กับน้องบอย และวันนี้ ฉันได้ทำสำเร็จแล้ว ขอน้องบอยได้โปรดรับรู้  บุญใดอันจะเกิดขึ้นเนื่องจากบทความนี้ แม่ขออุทิศให้กับลูกทั้งหมด ขออานิสงส์นี้ ช่วยส่งผลให้แม่หลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้ และมีชีวิตที่สมหวังเสียที

 

 

30 July 2012

มีรายการหนึ่ง ทางช่องเก้า หลังจากได้เข้ามาอ่านบทความนี้ ก็ได้ส่งข้อความติดต่อมา ให้ไปออกรายการ นำเรื่องราวและสิ่งที่ประสบพบเจอหลังจากทำแท้ง เพื่อเป็นเรื่องสอนใจให้กับวัยรุ่นไทยและผู้หญิงทุกๆคนที่คิดจะทำแท้ง ซึ่งจะออกอากาศสด ในวันที่ 7 สิงหาคม 2555  เราได้ตอบตกลงไป เพื่อหวังว่า สิ่งที่ทำนี้ จะมีประโยชน์ ต่อผู้คนในแวดวงที่กว้างขึ้นกว่าในโลกออนไลน์ บุญที่ได้ ก็จะขออุทิศให้กับ น้องบอยทั้งหมด ขอให้น้องได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่าเดิม และมีโอกาสได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน

ลิงค์รายการ    คาหนังคาเขา 7 สิงหาคม 2555

ขออัพเดท สถานการณ์ นิดนึงนะคะ … จากที่ บอกว่า ในวันที่พิมพ์เรื่องราวนี้ขึ้นมา ก็ เป็นอีกวันหนึ่ง ที่ฉัน ต้องผิดหวังกับความรัก … ณ ปัจจุบันวันนี้ เรายังคงคบกันอยู่นะคะ นับจากวันนั้น เรากลับมาคุยกันถึงปัญหา แล้วก็พยายามปรับตัวเข้าหากัน ก็ค่อยๆประคับประคองมาจนถึงวันนี้ค่ะ ก็ ไม่ได้มีความสุขอะไรมากมาย อนาคตจะเป็นยังไงจะต้องแยกทางกันอีกเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ ไม่อยากนึกถึง เพราะรู้อยู่แก่ใจดีค่ะว่า เขาไม่อยากมีลูก และ ยังไม่พร้อมจะรับผิดชอบใคร และไม่เคยคิดถึงใคร ก็เลยเหมือนอยู่เป็นเพื่อนกันไปวันๆ  ทำและคิดได้แค่นี้ค่ะ เพื่อให้ใจเราไม่ทุกข์ไปกว่าเดิม กำลังใช้ความคิด 

 

หนึ่งความคิดบน “สอนใจสอนชีวิตคนทำแท้ง

  1. ขอเป็นกำลังใจให้นะค๊ะ….เราเองก็เคยทำแท้งไปสามครั้งโดยที่ตอนนั้นรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตอนนี้แต่งงานมา 2 ปีอยากมีลูกมากแต่ก็ยังไม่มี…ร้องไห้ทุกเดือนทุกครั้งที่เห็นประจำเดือนมา เพราะอยากมีลูกมากจริงๆ กรรมตามทันที่ทำให้เราอับโชคแบบนี้…ตอนนี้เราก๊ทุกข์ใจอยู่มากอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขใหม่…แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้….

    • ค่ะ ครั้งหนึ่งที่แสนเจ็บปวด ใครที่คิดจะทำ อย่าทำเลยนะค่ะ ณ ตอนนั้น หากกลัว (จงตั้งสติ และคิดหาทางออก ทุกปัญญามีทางออกทุกเรื่อง วิธีทำแท้งเป็นการหนีปัญหา หนีความจริง แต่คุณรู้ไหมค่ะ หนีไม่พ้นแน่นอน พี่เป็นอยู่ แต่ขอให้ไปปรึกษาผู้รู้ คนมีเมตตา หรือบัณฑิตนะค่ะ นั้นก็คือ แม่ชีก็ได้ค่ะ หรือผู้ที่ไปปฏิบัติธรรมนะค่ะ ก่อนอื่นให้ยอมรับความจริง และพร้อมรับฟังการแก้ปัญหานะค่ะ ไปฝากท้องก่อนอันดับแรก ทำจิตใจให้สงบ แล้วค่อยแ

      เราเจอมากับตัวเองแล้ว ตอนนั้นตกใจมาก แค่อยากลอง ผู้ชายก็บอกว่าจะปล่อยนอก แต่มันโกหก เป็นไปได

แนะนำ ติชม ให้กำลังใจ หรือ เล่าเรื่องราวที่อยากระบาย

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s