อีกช่วงหนึ่ง ของชีวิต กับ การออกกรรม ( 1 ) : รอยแค้นจากคนรักในอดีตชาติ


อาทิตย์ 22 พย. 52

“อะระหัง สัมมา สัมพูทโธ ภควา”  เสียงท่านเหลียง ดังมาจากลำโพง ที่อยู่ด้านนอก ศาลา

ในขณะที่ฉันเพิ่ง จะจอดรถเสร็จ .. อิอิ  เค้าเริ่มทำวัตร กันแล้ว … เสียงของท่าน ฟังไปฟังมาก็เพราะดีนะ ชวนให้อยากสวดตาม จึงรีบทำธุระให้เสร็จก่อนจะเดินไปที่ศาลา  … “วันนี้ รองเท้าเยอะจัง”  ฉันรำพึงกะตัวเอง แล้ว ก็รีบๆ ขึ้นไป … แอ๊ดๆๆๆ …. เสียงประตู ดัง เบาๆ ทุกสายตา หันมาทางฉันตามเสียงของประตู .. ฉันยิ้ม ทักทายผู้คน ก่อนจะรีบปิดประตู และ รีบเดินไปนั่งที่อาสนะสีเขียว เริ่มต้น สวดมนต์ตามพระท่าน …

หลังจาก สวดมนต์เสร็จแล้ว แม่ชี ได้ให้ฉัน เตรียมตัว รับศีล บวช แต่เหมือนวันนี้ ญาติโยมเยอะ ท่านเหรียญจึงแนะว่า ให้ บวชหลังจากนั่งสมาธิเสร็จแล้วก็ได้ ..  คนอื่นๆ จะได้เริ่มต้นออกกรรมกัน … ระหว่างที่ รอ นั่งสมาธิออกกรรม ฉันได้ ตั้งจิตต่อหน้าพระพุทธองค์ 

ขอบารมี คุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้า … พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐานด้วยการบวช ถือศีล 8 สามวัน และจะตั้งใจปฏิบัติให้มากที่สุด ขออานิสงส์จากการตั้งสัจจะอธิษฐานในครั้งนี้ ส่งผลให้ชีวิตข้าพเจ้าดีขึ้น ทั้งทางโลกและทางธรรม สิ่งใดที่ติดขัด ทางหน้าทีการงาน การเงิน ขอให้ทุกสิ่ง มีทางออก และขอให้ได้รู้เวรรู้กรรม ในครั้งนี้ด้วยเทอญ”

ฉันตั้งใจอธิษฐาน ด้วยความหวัง เหมือนคนหาที่พึ่ง ซึ่งฉันเอง ก็ไม่รู้ว่า อนาคต จะดีขึ้นมาหรือไม่ แต่ฉันคิดว่า ตรงนี้คือที่พึ่งของฉัน ณ ตอนนี้ .. และต้องทำมันให้ดีที่สุด ..

ก่อนออกกรรม ฉัน อธิษฐาน ขอบารมี พระพุทธเจ้าเปิดโลก บารมีหลวงปู่คง จตฺตมโล บารมีคุณแม่อำพัน เนตรวงศ์ ให้ช่วยเปิดทาง ให้ฉันได้รู้เวรรู้กรรม นอกจากนั้น ด้วยจิตที่มุ่งมั่น ทำให้ฉัน แอบอธิษฐานเล็ก ๆ ว่าขอให้ได้รู้ว่าทำกรรมอันใด กับ …. เขามา ด้วยละ หุหุ icon_redface…. จากนั้น  ฉันเริ่มนั่งสมาธิ ออกกรรม ด้วยการ สูดลม หายใจเข้าออก ตามวิธีการ .. แรกๆ ฉันก็เหนื่อย แต่ด้วยความ ตั้งใจ ความ มั่งมั่น … ทำให้ฉัน ขอบารมี พระพุทธเจ้าเปิดโลกอีกครั้ง ขอให้ กรรมได้แสดง แล้ว ให้เจ้ากรรมนายเวร ช่วยเปิดทาง …. หลวงตา ที่มาคอยคุมฉันออกกรรม มักจะเดิน มาบอกให้ฉัน สู้ๆ อยู่เสมอ … จนเมื่อถึง จุดๆ หนึ่ง ฉัน รู้สึก อึดอัดใจ เสียใจ อยากร้องไห้ มากๆ แต่ ร้องอย่างไรก็ร้องไม่ออก … ฉันเป็น อาการเดิม ของการออกกรรมครั้งล่าสุด ก่อนมาวัดวันนี้ ครั้งนั้น ฉันก็ร้สึก อึดอัดใจ เหมือนทำให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจ เสียใจ อยากร้องไห้มากๆ แต่ก็ร้องไม่ออกเหมือนครั้งนี้ วันนั้น ฉันถามเจ้ากรรมนายเวรอยู่นาน แต่ก็ไม่มีอะไร แสดงให้ฉันได้รู้มากไปกว่าเดิมเลย นอกจากความอึดอัด ฉันพยายามร้องไห้ออกมาดังๆ แต่ก็ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียง ได้แต่ คราง ฮือๆ เหมือนพยายามกลั้นไว้ ให้อึดอัดใจเล่น…. จนครั้งนี้ … เมื่อออกอาการเช่นเดิม  หลวงตา เดินมา คุมฉัน บอกให้ฉันร้องดังๆ ฉันก็พยายาม … แต่ ก็ได้แค่ครางฮือๆ … เช่นเคย … ฉันตั้งจิดถึงเจ้ากรรมนายเวร สิ่งที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ ฉันเคยไปทำให้ใครเสียใจ หรือทำอะไรใครมา ขอให้บอก ครั้งนี้ ยินดีที่จะชดใช้ให้ …. ฉันนึกอยู่หลายครั้ง เมื่อใดที่ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือน จิตมันว่างๆ ฉันจะกลับมา สูดลมเข้าออก และนึกพุทโธ เหมือนเดิม แต่…เมื่อ ยิ่งสูด อาการก็ยิ่งออก …เป็นแบบนี้ อยู่เสมอ …

แม่ชี ก็ เดินมาคุมฉันเป็นระยะๆ  ได้แต่บอกให้ฉันร้องออกมา ดังๆ เหมือนเคย .. ฉันจำได้ว่า ฉันตั้งจิตถามเจ้ากรรมนายเวรเสมอ …และถามอยู่นานมาก จนฉันรู้สึกอึดอัดใจที่สุด จนเริ่มไม่ไหว จึงบอกตัวเองว่า “ไม่ไหวแล้วนะ ถ้าไม่แสดงว่าเป็นใคร ขอไปนะ”  แล้วจึงเริ่ม ต้นสูดลมภาวนาพุทโธ อยุ่ดีๆ ฉันก็เห็น ผู้หญิงคนหนึ่ง ลางๆ ผมยาว อ้อนแอ้น แต่งตัว ห่มสไบสีทองผ้าสีชมพู กำลังร้องไห้ (ดูซิ ต้องให้ฉันขู่ซะด้วยนะ)icon_biggrin  … ความรู้สึกของฉันตอนนั้น ฉันรู้สึกเหมือนฉัน กำลังร้องไห้ เพราะความคิดถึง คิดถึงมากๆ …icon_cry

“ข้าคิดถึงพี่” ฉันรำพึงกับตัวเองอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง และ ก็เริ่มร้องไห้มากขึ้นicon_cry

ฉันเริ่ม ตั้งจิตถามว่า ท่านเป็นใคร ในขณะที่หลวงตา ก็เดินมาถาม ว่า … ใครน่ะ … ร้องไห้ทำไม

ฉันคิดถึงเค้า … ฉันรอเขามานาน” ปากฉันพูดออกมา ตามสิ่งที่ฉันนึกได้ ณ เวลานั้น

-ตามเขาอยู่เหรอ-   ฉันพยักหน้า เมื่อหลวงตาถาม …. -แล้วนี่เป็นใคร … – หลวงตาถามต่อ ด้วยความ สงสัย

ฉันเป็นคนรักของเขา ฉันคิดถึงเขา” ตลอดเวลา ความรู้สึก คิดถึง จนอยากร้องไห้ ยังคงมีอยู่เสมอ น้ำตาฉันไหลอยู่ตลอด แต่อยู่ดีๆ ก็มีความรู้สึกแค้นปนเข้ามา เมื่อได้ยิน หลวงตาพูดว่า

-เราอยู่คนละภพกันแล้ว จะมาคิดถึงกันแบบนี้ไม่ได้นะ – ฉันยิ่งร้องไห้มากขึ้น …. และเริ่มโวยวาย

มันทิ้งข้า ข้าเกลียดมัน …” icon_mad ในจิต ฉัน รู้สึกเหมือน ตัวฉันเองเป็นผู้ชาย กำลัง หันหลังให้ ญ คนหนึ่งที่กำลังร้องไห้เสียใจ อ้อนวอนฉัน และ ฉันก็ไม่ได้สนใจเขาเลย …

ฉันพยายามตั้งสติถาม ว่า ฉันในอดีตเป็นใคร และ เธอเป็นใคร ฉันก็ไม่เห็นอะไรมากไปกว่านั้น และไม่รู้สึกอะไร นอกจาก เสียใจ และ โกรธ.. หลวงตา ถาม ว่า ชื่ออะไร ฉันก็พยายามถามอยู่นาน จนชื่อ “มาลี” เด่นขึ้นมาในหัว

– แล้วมาลี …. มาทำไม อยากได้อะไรมั้ย จองเวรจองกรรมกันแบบนี้ไม่ดีหรอก อโหสิกรรมให้กัน เชื่อหลวงตาเถอะนะ –

ไม่… มันทำให้ข้าเสียใจ ข้าจะทำให้มันเสียใจ … สมน้ำหน้ามัน”  ฉัน หัวเราะด้วยความสะใจทั้งน้ำตา … เมื่ออยู่ดีๆ ฉันก็แว่บไปนึกถึงเรื่องราว ที่เกิดขึ้นในชาติปัจจุบัน ที่ฉันโดนทิ้ง … จิตอีกส่วน  ฉันรู้สึกสะใจมาก ในตอนนั้น จนต้องพูดออกมา ว่า สมน้ำหน้า …

“ฉันทำมันเองแหละ มันโดนทิ้ง สมน้ำหน้ามัน ฮึ่!!! … คอยดูนะ ฉันจะไม่ให้มันสมหวังเลย”…  ฉันพูดทั้งน้ำตา ทั้งโมโห ทั้งน้อยใจ ทั้งรัก

ถามมันสิ ว่ามัน รู้สึกยังไงวันที่มันโดนทิ้งน่ะ มันเสียใจมั้ยถามมันสิ”

-จองเวร กันอยู่แบบนี้ ได้อะไรล่ะมาลี มีความสุขเหรอ นี่ตามเค้ามา นานรึยัง ( ฉันพยักหน้า พร้อมกับตอบ ว่า หลายร้อยปีแล้ว.. ฉันรู้สึกว่ามันเป็นสมัยพระนเรศวร แต่ไม่ได้พูดออกมา) …แล้วมาลีมีความสุขมั้ย นี่ เค้าก็มาเกิดใหม่แล้ว อยู่คนละภพกันแล้ว แต่มาลีสิ ยังไม่ได้เกิดเลย ใช่ไหม…-

เหมือนใจ ฉัน ค่อยๆอ่อนลง เมื่อได้ยินคำว่า .. ยังไม่ได้เกิด …. และ น้อมตามคำที่หลวงตาพูด  แต่ ก็ ยังร้องไห้เสียใจอยู่ตลอดเวลา  เมื่อฉันเห็น ความรู้สึก ค่อยๆนิ่งลง ในขณะที่หลวงตายังคงพูดอยู่ … ภายใน ฉันก็ได้ใช้ส่วนสติ คุยอยู่ในใจกับ มาลี เช่นกัน ฉัน ขอให้อโหสิกรรมกันและกัน จะได้ไปเกิดใหม่ ในภพภูมิที่ดี และมีความสุข สิ่งใดที่ เคยทำผิดพลาดมา จะไม่ทำอีก ….

“ม่ายยยย…” (เมื่อฉันคิดได้เพียงแค่นั้น แล้ว ตัวฉันก็ร้องตะโกนออกมา ด้วยความรู้สึกที่ ยังไม่ยอมรับ)   “ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่…ข้าเกลียดมัน มันทิ้งข้า”icon_mad

ฉันถาม(เหมือนถามตัวเองในใจ) ว่า ฉันเป็นใคร ในอดีต แล้วเกี่ยวข้องกับพี่กุ๊กในชาตินี้หรือไม่… ทันที ที่ฉัน เอ่ยชื่อเขาคนนั้นในใจ … ความรู้สึก( ส่วนที่เป็นมาลี )ก็ยิ่งโมโห ยิ่งไม่ยอม แล้วก็ร้องโวยวาย “ชาตินี้มันยังกลับมาเจอกันอีก ข้าเกลียดมัน เกลียดมัน” icon_cry

-ใครเหรอมาลี- หลวงตาถาม 

อีนั่นน่ะ (เหมือนจะฟ้องหลวงตา)  มันยังกลับมาเจอกันอีก มันทิ้งข้าไปหาอีนั่น ชาตินี้มันยังมาเจอกันอีก  ทำไม  ทำไม ไม่เคยรักข้าเลย” icon_madประโยคสุดท้าย เหมือนมาลีหันกลับมาถามฉัน … ฉันนึกขออโหสิกรรม เขาอยู่อย่างนั้น เป็นนาน และ บอกย้ำๆ ว่า ท่านจะได้พ้นทุกข์เสียที กรรมใดที่ข้าเคยทำไว้กับท่าน ข้ารู้ซึ้งแล้วว่าเป็นอย่างไร และได้ชดใช้ให้แล้ว และยินดีที่จะชดใช้ให้อีก ขอเพียงอโหสิกรรม และรับบุญกุศลจากข้าไป ….  อีกทั้งหลวงตา ก็พยามยามพูด เกลี้ยกล่อมมากมาย

-อโหสิกรรมให้กันเถอะนะ  ชาตินี้ เขาก็เกิดใหม่แล้ว ก็เป็นคนดีแล้ว นี่เค้าก็มาบวช มาถือศีล อโหสิกรรมให้กันดีกว่า อยากได้บุญอะไร ก็บอก จะได้บอกเค้าให้ มาลีจะได้มีความสุข ดีไหม ..”

ฉันพยักหน้า icon_cry

– มาลี อยากได้บุญอะไรล่ะ .. สังฆทานไหม –

ไม่ … ฉันไม่อยากได้อะไร ฉันอยากให้มันเป็นคนดี อย่าทิ้งใครอีก” ฉันก็ยังคงร้องไห้อยู่อย่างนั้น icon_cry

-ก็นี่ไง เขาก็เป็นคนดีแล้วเนี่ย มาบวชเนี่ย  ปล่อยเขาเถอะนะ ถือว่า ได้ทำบุญด้วย อย่าตามกันอยู่อย่างนี้เลย-

ฉันรับรู้ถึง ว่า จิตฉันเริ่มอ่อนลง ความโมโห เริ่มหายไป และยอมรับในสิ่งที่หลวงตาพูด มากขึ้นๆ  อยู่ดีๆ ฉัน ก็นึกถึง บุญบวช…และ รู้สึก หวงแหน บุญนั้น ไม่อยากให้ใคร เหมือนกลัวใครจะมาแย่งไป ก่อนจะรีบพูด….

ฉันจะเอาบุญบวช   เอาบุญบวชมาให้ข้า” ฉันรีบพูด และ พูดย้ำๆอยู่อย่างนั้น กับหลวงตา

“บอกให้มันให้ข้าคนเดียวนะ  อย่าให้ใคร … “ ฉันพูดสั่งหลวงตาไว้ … พร้อมกับร้องไห้.. icon_cryความรู้สึกตอนนั้น เหมือนกำลังรอ รอที่จะยึดบุญบวชที่ขอนั้น ไว้เป็นที่พึ่ง..

-อ่ะ เดี๋ยวหลวงตาจะบอกเขาให้นะ เอาบุญบวช ใช่มั้ย (พยักหน้า) … แล้ว เราก็ โมทนาไปนะ ไปเกิดซะ  … จะรับศีลไหม … ( ฉันส่ายหัว พร้อมกับ บอกว่า ไม่เอา …)

-เอาละ  อโหสิกรรมให้เค้าแล้วนะ … (ฉันพยักหน้า) …. ดีมาก … –

ฉัน ร้องไห้ อยู่นิ่งๆ สักพัก … แต่ภายใน ฉัน ได้พยายาม ถามมาลี ถึง พี่กุ๊ก ว่า ฉันทำกรรมอะไรกับเขามา…

“ฉันตอบไม่ได้  แต่อีกหน่อย เขาจะเป็นคนดี รอเขานะ  เขาจะกลับมา เอ็งกับเขาจะได้อยู่ด้วยกัน” นี่เป็น ความรู้สึก ที่ผุดขึ้นมา และ พูดออกมาเบาๆ จากปากฉัน มีหลวงตานั่งฟังอยู่ด้วย

ฉันไปแล้วนะ  อย่าลืมบอกมันนะ” ประโยคสุดท้าย เหมือนฉัน ฝากหลวงตาไว้

จากนั้น ฉันเริ่ม หายใจถี่ขึ้น ถี่ขึ้น อยู่ชั่วครู่ แล้ว ก็ หายใจกระตุก อยู่ สองสามครั้ง โดยที่ยังรู้สึกตัว ก่อนจะนั่งนิ่งๆ เหมือนเป็นสัญญาณบอก ว่ามาลี ได้ไปแล้ว …

ฉันนั่งสมาธิ แผ่เมตตา และอุทิศบุญกุศล ให้มาลี อยู่ พักหนึ่ง … เมื่อลืมตามา ก็ได้เห็นกระดาษ แผ่นเล็กๆ เท่านามบัตร วางอยู่ตรงหน้า เขียน ข้อความไว้ว่า “มาลี คนรักในอดีต มาเอาบุญบวช” หลวงตา คงให้ เณร เขียนไว้เตือน กลัวฉันจะลืม …หุหุหุ

หลังจาก ทุกคนๆออกกรรมเสร็จ ท่านเหรียญ  จะนำพวกเราแผ่เมตตา และ กล่าวคำตัดกรรม ซึ่งฉันว่า มันยาวไปนิด แต่มัน ก็ ดีเหมือนกันนะ ถ้าใจเราเป็นสมาธิ อิอิ …หลังจากกราบพระแล้ว ญาติโยมเริ่ม ทยอยกันกลับ แม่ชี ได้เรียกให้ฉัน เขาไป กล่าวคำขอบวช กับพระ … เมื่อรับศีล เสร็จแล้ว  พระท่านให้พร … ฉันตั้งจิตอธิษฐาน  และ กล่าวอุทิศบุญกุศลอันพึงจะเกิดจากการบวชในครั้งนี้ทั้งหมด ให้กับ มาลี ผู้เป็นเจ้ากรรมนายเวร ทั้งหมดทั้งสิ้น … ความรู้สึกตอนนั้น ฉันรู้สึกโล่งใจ และ มีความสุข ที่ได้ตั้งใจอุทิศให้บุญกับเขาในครั้งนี้

จะว่าไป  เหมือนเขาจะรู้เลยนะ ว่า ฉันยังไม่ได้บวช … หรืออาจเป็นเพราะเขา ที่ ทำให้ฉัน ยังไม่ได้บวชตั้งแต่ตอนแรกหรือเปล่า  ก็ คิดกันไป 55555

คืนนั้น ฉันบอกกับตัวเองว่า การบวชครั้งนี้ เริ่มสนุกซะแล้วสิ ….. นี่ขนาด มาวันแรก ยังไม่ได้บวช … เจ้ากรรมนายเวร ยังแสดงขนาดนี้ เลย แล้ว เป็นเรื่อง ที่ คาใจ เสียด้วย สิ….แม่ชีบอกว่า  กรรมของก้อยเริ่มแสดง จากที่สองสามวันก่อน มาออกกรรม ดูเหมือนติดขัด อยากร้องไห้เท่าไหร่  ก็ร้องไม่ออก เพราะ เจ้ากรรมนายเวรไม่เปิดทาง  แต่พอมาบวช ก็เริ่มดีขึ้นเลย เห็นมั้ย …  

ฉันเริ่ม ตั้งใจ และ มุ่งมัน  ที่จะ ปฏิบัติให้มากที่สุด กับการมาบวชในครั้งนี้ ฉันต้องเอาชนะ ความขี้เกียจของตัวเองให้ได้ บอกกับตัวเองอย่างนั้น …. คืนนี้ ฉันจึง ลุกขึ้นมาเดินจงกรม อยู่ เกือบชั่วโมง แต่ก็ด้วยความสุขใจ ก่อนจะ นั่งสมาธิแล้วหลับไป    end.

หนึ่งความคิดบน “อีกช่วงหนึ่ง ของชีวิต กับ การออกกรรม ( 1 ) : รอยแค้นจากคนรักในอดีตชาติ

  1. สืบเนื่องจาก…เรื่องอีกช่วงหนึ่ง ของชีวิต กับ การออกกรรม ( 1 ) : รอยแค้นจากคนรักในอดีตชาติ**เรื่องจริงหรือแต่ง..สงสัยจัง..ช่วยตอบหน่อยนะ.

  2. เรื่องจริง หรือ แต่ง ….ของแบบนี้ … ต้องเจอต้องสัมผัสกับตัวเอง ค่ะ .. จึ่งจะรู้ ..ถ้าอ่านแล้ว ไม่เชื่อ ก็ แล้วแต่ค่ะ ไม่ได้ เขียน ให้ใครเชื่อ แต่เขียนไว้เพื่อ เก็บไว้อ่าน เก็บไว้เตือนตัวเอง ว่าครั้งหนึ่ง มีเรื่องราว อะไรเกิดขึ้นกับตัวเรา

  3. ขอโทษน่ะค้ะ
    อยากทราบว่าคุณไปออกกกรมที่ไหนมาค่ะ
    ช่วยส่งมาทางเมลให้ฉันด้วยน่ะค่ะ
    คิดซะว่าทำบุญค่ะ ดิฉันอยากไปมากแต่ไม่รู้ว่าที่ไหนดี
    ช่วยส่งมาทางเมล mmi_ooi@hotmail.com

    ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

  4. ไม่รุ้ว่ากรรมเราจะแบบเดียวกันมั้ย พอดีว่าเราไปมาแต่เจ้ากรรมนายเวรเค้าไม่บอกเรา เราถามเค้า เค้าก็ไม่บอก เราปวดมือและก็เจ็บหัวใจมากๆ แม่ชีบอกว่าสงสัยเข้าจะยังไม่ปล่อยเรา ไปมาได้แค่แปปเดียวเองอยากไปอีก แต่เราไปที่ วัดป่าธรรมชาติ ที่ ชลมาอ่านะ^ ^

  5. เราก็โดนคนรักในอดีตชาติตามเหมือนกัน ไม่ยอมปล่อยด้วยเปิดกรรมที่เชียงใหม่ ต้องหมั่นปฏิบัติธรรมให้เขาเรื่อยๆ จนกว่าเค้าจะยอม ต้องเจอเองรู้เอง ของแบบนี้

    • ถ้าอยู่กรุงเทพ ลอง เสริชกูเกิ้ลด้วยคำว่า สำนักปฏิบัติธรรมวัดพระยายังนะคะ

      หรือ หากอยู่แถวภาคเหนือ ก็ลองสอบถาม คนในบล็อกวัดพระยายังนั่นละค่ะ ว่าอยากไปที่พิษณุโลก แนะนำหน่อยได้ไหม

      ก้อย ไม่อยากให้ความเห็นอะไรกับสถานที่นั้นอีก ด้วยเหตผลส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ

แนะนำ ติชม ให้กำลังใจ หรือ เล่าเรื่องราวที่อยากระบาย

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s