เรื่องตลก : อีกช่วงหนึ่ง ของชีวิต กับ การออกกรรม ( อารัมภบท )


26 พย. 52

ผ่านมาก็ หลายเดือนแล้วสินะ ตั้งแต่ วันนั้น – 30 กรกฎาคม 52 – .. 4 เดือน!!! แล้วเหรอเนี่ย

นับแต่ เหตุการณ์ ครั้งนั้น ฉัน เกิดคำถามมากมายขึ้นในใจ จนเรียกได้ว่า เข้าข่าย ฟุ้งซ่าน ก็ว่าได้ .. แต่สิ่งหนึ่ง ที่มักถาม ตัวเอง อยู่ตลอดเวลาที่ นึกถึงเรื่องราวเหล่านั้น ก็คือ ฉัน ทำ กรรม อะไร กับ เขามา นะ Confused …แรกๆ ฉัน วิ่งหา พระที่เก่งๆ  หา หมอดู ที่ว่า สามารถดู กรรมได้ หรือ หมอดูพลังจิต ก็ตาม … วิ่งหา  มากมาย เพื่อที่จะถามเค้าว่า ฉันทำกรรมอะไรมา Huh แต่ ก็ไม่เคยได้รับคำตอบ  บอกได้แค่ว่าเป็นกรรมเก่า บอกไม่ได้  ป๊าดดดดด Question… แล้ว มาโฆษณา หาพระแสงอะไรเนี่ย ว่า ดูกรรมได้ Mad …ไอ้ที่ไปดูมา  เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก  ก็ จะได้คำตอบให้กับตัวเอง ว่า “ ก็แค่ หมอดู”  ….. แต่ จะว่า ไป ก็ไม่ได้นึกโกรธ หรือ นึกโทษใคร เพราะเข้าใจ ว่า …  เวลา ที่คนเรากลุ้มใจ หมอดู ก็มักจะเป็นที่พึ่งแรกๆ ของใครหลายๆคน รวมทั้งฉันด้วย Rolling Eyes จนเมื่อเราทำใจ ได้ หรือปัญหา คลี่คลาย เข้มแข็งขึ้นเท่านั้นละ เราถึง จะไม่ไขว่คว้า หาสิ่งใดๆ มาเป็นที่พึ่งเพราะความอยากรู้อีก

อีกสิ่งหนึ่ง ที่เกิดขึ้น  กับตัว ฉัน นับแต่วันนั้น ก็ คือ ฉันไม่เคย นั่งสมาธิได้อย่างเคยอีกเลย ไม่ว่าจะพยายาม แค่ไหนก็ตาม ต้องมีเหตุ ให้ ไม่อยากนั่งบ้างละ หรือจะ นั่ง ก็ นั่งไม่เคยได้เกิน 5 นาที จากที่ไม่เคยเป็น ส่วนเดินจงกรม ยิ่งไม่เคยคิดจะอยากเดิน … สรุป คือ ไม่ได้ปฏิบัติเลย  ทำได้อย่างเดียว คือ สวดมนต์  จากที่ไม่ เคยสวด หรือ นานๆสวดที ก็ กลายเป็น สวดทุกวัน .. แทนการ นั่งสมาธิไป … แล้ว ความเครียด ก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด เพราะความอยากปฏิบัติ คิดแค่ว่าอย่างน้อย ให้ได้เหมือนเคย ก็ยังดี ….  ฉันเหมือนคนบ้า คนฟุ้งซ่าน เที่ยวแสวงหาที่ หาวิธี หาอาจารย์ ถามคนนั้น คนนี้ อยู่เรื่อยไป ว่าจะปฏิบัติยังไงดี ….  ที่ๆเคยไป กลับไม่ไป ..แสวงหาที่ใหม่ ตรงไหนที่ใครว่าดี ก็ไป สิ่งไหนที่ได้ยินได้ฟังมา ก็น้อมรับฟัง …  แต่ยิ่งแสวงหา ก็ ยิ่งเครียด เพราะ ไม่เคยได้อย่างที่ใจต้องการ ไม่ใช่เพราะเค้าสอนไม่ดี หรือสถานที่นั้นไม่ดีนะ … แต่มันเป็นเพราะฉันเองต่างหาก … ในใจลึกๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่าง ที่พอจะทำ จะปฏิบัติ ก็ต้องมีเหตุ หรือ ทำให้ ไม่ได้ทำ ไม่ได้ปฏิบัติ …  ก็ได้แต่ถามตัวเองมาตลอด ว่า ฉันเป็นอะไร  ทำไมถึงเป็นแบบนี้ และจะไปที่ไหนดี ที่จะทำให้ฉันปฏิบัติได้ เหมือนเคยHuh

เรื่องของเรื่อง ที่เขียนในครั้งนี้  ฉันอยากจะบอกว่า Very Happy สิ่งต่างๆ ที่ฉัน เคยเฝ้าถามตัวเอง เคยค้างคาใจ เคยเที่ยวค้นคว้าหาคำตอบจากใครหลายๆคนนั้น วันนี้ ฉันได้คำตอบแล้ว… มันเป็นคำตอบ ที่ฉันรู้ได้ตัวฉันเอง …. จากการ ออกกรรม ….   นี่ละ  ที่ฉันบอกว่า ที่ๆ เคยไป กลับไม่ไป ….Stern

จริงๆ เรื่องแบบนี้ ก็เคยเกิดขึ้นกับฉันมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปีก่อน  … ฉันเที่ยวค้นคว้าหาคำตอบที่สงสัย จากใคร มากมายหลายคน ไปหาแม้กระทั่ง แม่ชีดังๆ ที่ว่า สามารถดูกรรมได้ … แต่ก็ไม่ได้คำตอบ ไม่ได้อะไรกลับมา…. สุดท้าย ฉัน ก็รู้ได้ ด้วยตัวเอง ด้วยการ ออกกรรม …. Very Happy อีกอย่าง ฉันคิดว่า การที่เรา วิ่งหา คำตอบ จากคนนั้นคนนี้ … เราจะเชื่อ หรือ รู้ได้อย่างไร ว่า จริง หรือไม่จริง หลายๆครั้ง หลายๆ คำตอบ ที่ฉันได้ รับมาจากคนที่ฉันแสวงหา เมื่อวันเวลาผ่านไป … ฉันก็เห็นว่าไม่เห็นมันจะเป็นอย่างนั้นเลย    เมื่อเทียบกับการที่เรารู้ได้ด้วยตนเอง แล้ว  คุณจะเชื่อแบบไหน

ถามว่า  เมื่อรู้แล้ว  ได้อะไรเหรอ …. เมื่อกรรม นั้นคืออดีต ที่แก้ไขไม่ได้ ….Nervous

นั่นสิ … ได้อะไรเหรอ ….Confused

หลักๆ คือ อย่างน้อย ฉัน ก็ดีใจ ที่ คำถามที่เฝ้าถามตัวเอง อยู่เสมอ จนกลายเป็นความค้างคาใจ ก็ได้รับคำตอบ … และ หยุดที่จะแสวงหาเหตุกันต่อไป … กลายเป็น ทำความเข้าใจ และ ยอมรับมัน จนสุดท้ายกลายเป็น ความสบายใจ ของจิตใจ …

จากนั้น สิ่ง ที่ตามมาอย่างแน่นอน ที่ทุกคน ต้องได้รับ  ก็ คือ ทำให้เราได้รู้ ว่าเจ้ากรรมนายเวร เราเป็นใคร ยังไง ต้องการอะไร ซึ่งมีประโยชน์ ต่อการ ขอ อโหสิกรรม และอุทิศบุญกุศล ชนิดที่เรียกว่า เจาะจง จริงอยู่ ที่ เราไม่สามารถ แก้ไข หรือ ตัดกรรม ได้ และ เราก็ยังต้องได้รับผลกรรมเหล่านั้นอยู่ดี  แต่เมื่อเรารู้แล้ว และคุณมีโอกาสปฏิบัติธรรมได้  คุณจะอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ยอมรับผลกรรมนั้นๆ งั้นเหรอ  …

ผลพลอยได้ ต่อมา  ก็คือ  การปฏิบัติธรรม … และ การเกรงกลัว กับบาปกรรม

หลายๆคน อาจจะคิดว่า เรื่องนี้มันตลกตรงไหนนี่ จริงๆ มันไม่ได้ตลก หรือ ขำหรอก แต่ที่ ฉัน ว่า มัน เป็น เรื่องตลก … เพราะ เมื่อถึงวันนี้ แล้วลอง หันย้อนกลับไปมอง วันคืนที่ผ่านมา … ฉันก็อดยิ้ม และขำให้กับตัวเองไม่ได้ … ว่า วันนั้น เราเป็นได้ ถึงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย … Very Happy อย่างว่า ช่วงจังหวะหนึ่งของชีวิตเนาะ

อยู่มาวันหนึ่ง อาจเป็นเพราะ ธรรมะจัดสรร ให้ … คงเห็น และ เอือมระอา ฉันเต็ม ทน ที่เคว้งคว้าง ไปทางนั้นที ทางนี้ที  ธรรมะ คงรำคาญ ว่าเมื่อไหร่ มันจะหยุด แสวงหาซะที … ก่อนหน้า ที่ฉันจะหันมา ตั้งใจ ออกกรรมอีกรอบในครั้งนี้ หลังจากที่เว้น มาเกือบปี …จริงๆ ฉัน ก็ไปวัดย่านขาดอยู่เรื่อยๆ นะ สามเดือนไปครั้ง ก็ว่าได้ แต่ไม่เคยจะตั้งใจออกกรรมกับเขาซักที พาคนนั้น คนนี้ไปบวช ก็ไป นั่งดูเขาออกกรรมกันซะงั้น … ไม่เคยคิดที่จะอยาก ออกเองกะเค้าเลย …ทุกครั้งที่ไป ในช่วงหลัง ๆ เราไม่ค่อยได้ เจอแม่ชีที่เคยคุมกรรมเราในครั้งแรก คุมออกกรรมสักเท่าไหร่ เราเลยไม่ค่อยสนใจอยากจะออก ก็เลยเหมือนไปถือศีล เฉยๆ

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ฉัน ตั้งใจมาก อยากหาที่ปฏิบัติ ซักที่ ที่ปฏิบัติจริงจัง ในตอนกลางวันด้วย คล้าย ยุวพุทธ ที่เหมือน มีตารางเวลาปฏิบัติตลอดทั้งวัน ฉันเลือกที่จะ ไม่ไปในที่ๆ ที่เคยไป อย่างย่านขาด เพราะ ฉันรู้ว่า ถ้าฉันไป ฉันก็คง ขี้เกียจ ปฏิบัติตามเคย  ก็มันต้อง คุมตัวเอง บังคับตัวเองนี่นา แล้วฉันก็เป็นโรคขยันซะด้วยสิ อีกอย่าง ฉันไปที่นี่  ซะจนคุ้นเคย เป็นกันเอง กะแม่ชีซะแล้ว

ที่ไหนที่ใครว่าดี ฉันเก็บมาพิจารณาหมด  แล้ว ก็มานั่งคิดว่า จะไปที่ไหนดี .. แล้วฉัน ก็ดั้นด้น ไปถึงชุมพร  เป็นการขับรถลงภาคใต้ครั้งแรกของฉัน และ คนเดียวซะด้วยสิ … หมดค่าใช้จ่ายไปเยอะอยู่ แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา เหมือนไปถือศีลอย่างเดียวตามเคย ไปวัดนี้ สู้ไปย่านขาด ยังดีกว่า … กลับมา จากชุมพร มีคนมาบอกฉันอีก ว่า วัดๆหนึ่ง กำลังจัดอบรมปฏิบัติธรรมประจำปี … ฉันก็ไป … แต่ก็เหมือนมีอะไรมาบังอีกมั้ง ตอนแรกนัดกัน กับพี่ที่มาบอก ว่าจะไปด้วยกัน แต่สุดท้าย พี่เขาไม่ว่าง ฉันก็ไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจ ก็ ขับรถไป วันนั้นมีเวลา แค่วันเดียว เลยตั้งใจ จะไปแค่คืนเดียว พอไปถึง … ฉันกลับไม่กล้า เข้าไปหาพระท่าน … ทั้งๆ ที่รู้นะ ว่า ท่านเก่ง และตลอดเวลาที่ขับรถมา ฉันอธิษฐานมาตลอด ว่าขอให้ได้ เจอครูบาอาจารย์ที่จะสอนเราได้เสียที….แต่ ก็ … ตัดสินใจ กลับ โดยไม่ได้คุยอะไรกับท่าน และไม่ได้ทำอะไร … คิดในใจ กรู ดั้นด้นมาทำไมวะเนี่ย เปลืองค่าน้ำมันนะวุ้ย …. ทำไมเป็นคนแบบนี้ก็ไม่รู้นะ…

ตั้งใจชดเชย ด้วยการ กลับมา ปฏิบัติ ที่บ้าน … แต่ก็ไม่เคยทำได้ …. เมื่อไหร่ที่ลงนั่งสมาธิ หลับตา ได้ สักพัก ก็มีเหตุให้ต้องลุก หรือไม่ก็ กระวนกระวายใจ ไม่อยากจะนั่งทุกที Rolling Eyesสรุป ไม่ได้ทำอะไรเลย สักวัน นอกจากสวดมนต์ … ฉันเริ่มเครียด เครียดขึ้นทุกวัน  ไหนจะเรื่องนั้นเรื่องนี้Nervous …. นั่งสมาธิก็ไม่ได้นั่ง กะเค้าซักที  จนบอกกับตัวเองว่า  เป็นแบบนี้ ไม่ไหวแล้วนะ …  เดือนหน้า ก่อนปีใหม่ ต้องเก็บเงิน ขึ้นไป วัดย่านขาดเหมือนเคยให้ได้ แล้วไปออกกรรม กับแม่ชีท่านนั้นให้ได้ เพื่อที่ฉันจะได้รู้ ในสิ่งที่ฉันคาใจ ในหลายๆปัญหาที่เจออยุ่ตอนนี้ ทั้ง งาน เงิน และ ความรัก

ธรรมะ คงเห็นใจ เลยเปิดทาง … บอกข่าวฉัน ว่าแม่ชีที่เคยคุมฉันออกกรรม ตอนนี้ มาอยุ่ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรม วัดพระยายัง จ.ปทุมธานี แล้วนะ – ฉันโทรไปหา พระมหา ดร.เลิศศักดิ์ เจ้าอาวาสวัด เพื่อที่จะปรึกษาท่านเรื่องการถวายพระพุทธรูป  จึงได้ทราบข่าวนี้ – ทันที ที่ฉันรู้ ฉันรู้สึกเหมือน สิ่งดีๆ กำลังเดินทางมาหาฉัน … ฉันดีใจ วันรุ่งขึ้น หลังจากปิดร้านจึงไปที่วัดพระยายัง เพื่อที่จะได้ไปปรึกษาในสิ่งที่ฉันเครียดหลายๆอย่าง

แม่ … ตอนนี้ หนูปฏิบัติไม่ได้เลย  นั่งสมาธิไม่ได้เลย ไม่รู้เป็นอะไร เดินจงกรมยิ่งไม่เคยเดินเลย”

เหมือนแม่ชีท่านจะรู้   ท่าน บอกฉันว่า จิตฉันมันแตก มันฟุ้ง ตั้งแต่ ผู้ชายคนนั้นไป  “ก้อยนั่งไม่ได้ ตั้งแต่ก้อยเสียใจครั้งนั้นใช่มั้ย” แม่ชีถาม …..

อืมมม ก็จริงของท่านนะ Confused…จากที่ตอนแรก ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลย แต่พอลำดับเรื่องราว มันก็ถูก … ตั้งวันที่เขาไป … จากที่ฉันเคยนั่งสมาธิได้ อย่างน้อย 20 นาที และไม่ค่อยจะสวดมนต์ ยิ่งเดินจงกรมนี่ไม่เคย … กลับกลายเป็น  นั่งไม่เคยเกิน 5 นาที ใจมันกระวนกระวาย ฟุ้งซ่านบอกไม่ถูก ฉันจึงเอาแต่สวดมนต์  ….

หนูอยากปฏิบัติน่ะ แม่ … ตอนนี้หนูเครียดมากเลย ปฏิบัติไม่ได้เลย ไปที่ไหนๆ ก็ไม่ได้ปฏิบัติ” ท่านเลยบอกว่า  -ให้มาบวช กับแม่- ในช่วงนี้ ที่มีเวลาไม่กี่วัน เพราะพระมหาให้ท่านมาช่วยที่นี่แค่ ประมาณสองอาทิตย์แค่นั้นเอง   แล้วท่านจะคุมให้  เอาให้ปฏิบัติได้เลย   ท่านว่า “พูดคำไหนคำนั้นเลยนะ”   ฉันพยักหน้า ดีใจ  ..  อีกไม่กี่วันต่อมา ฉันจึงรีบเดินทางไป ด้วยความตั้งใจ เพื่อ หวังจะ ขจัดสิ่งที่ค้างคาใจต่างๆ ที่สะสมมานาน ฉันตั้งใจ บวช สามวัน   ฉันไปตั้งแต่ วันอาทิตย์ ตอนเย็น  วันที่ 22 พย.52  และสึกกลับมา ตอนเย็น วันที่ 25พย.52

สามคืน สามวัน ที่ฉันไปบวชในครั้งนี้ … ฉันรู้สึก คุ้ม  และคุ้ม มากๆ  ฉันไม่เคย อิ่ม  และสุขใจ  แบบครั้งนี้มานานมากแล้ว นะ ครั้งสุดท้าย ที่รู้สึกแบบนี้ ก็ เมื่อตอน ที่ ได้ออกกรรม รับรู้สิ่งที่คาใจในครั้งแรก เมื่อปีที่แล้วนั่นละIn Love

ความรู้สึก ในวันที่ขับรถไปวัด  กับ วันที่ขับรถกลับจากวัด มันช่างต่างกัน ราวฟ้ากับเหว …หุหุหุ … จากคน ที่ ใจหมอง ๆ Sad ขับรถไป ฟังเพลงไปเรื่อย ฟังแล้วก็ นึกถึง ใครคนหนึ่ง นึกถึง เรื่องราว ในชีวิต  ที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ปัจจุบัน นึกถึง สิ่งต่างๆ เหล่านั้น ..ยิ่งคิด ก็ยิ่งเหนื่อยCrying or Very sad .. ฉันขับรถมาด้วยความหวัง และความตั้งใจที่เต็มเปี่ยม เหมือนจะหาที่พึ่ง ด้วยหวังว่า การมาของฉันครั้งนี้ คงจะทำให้ อะไรๆ ในชีวิตมันดีขึ้นมาบ้าง จากการตั้งใจปฏิบัติ และ คงจะได้คำตอบ ในสิ่งที่คอยเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอมา  … Nervous

ในวันที่กลับ ฉันขับรถกลับด้วยความโล่งใจ ดีใจ สบายใจSarcasm เพลงเดิมที่ ฟัง เมื่อครั้งขับมาวัด … ฉันฟังไป และ ยิ้มไป มีความสุขกับการฟังเพลง .. ฉันได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้ และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน … และรู้สึกอิ่ม กับการที่ตัวเอง ตั้งใจปฏิบัติอย่างเต็มที่ ฉันกลับมาพร้อมกับความหวัง ว่า ต่อไปนี้ สิ่งดีๆ คงกำลังเดินทางมาหาฉันบ้าง Very Happy

ฉันได้รู้ว่า อดีตชาติ ฉันทำกรรมใดมา กับใคร สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันในชาตินี้ ที่ฉันเคยโดนกระทำ … แน่นอน … ที่ฉันต้องเคยทำกับคนอื่นในอดีตชาติมา ..  ดังที่ แม่ชี ท่านมักพูดกับฉันอยู่เสมอว่า อยากรู้ว่าอดีตชาติตัวเองทำกรรมใดมา  ให้ดูจากปัจจุบัน …. ฉันเคยโดนทิ้ง ฉันเคยนอนร้องไห้เสียใจ ปวดร้าวมากมายนัก เคยโดนผิดสัญญา โดนโกหก… นั่นเป็นสิ่งที่ฉันเคยทำไว้ ในอดีต ทั้งสิ้น …. ฉันปฏิบัติไม่ได้ ฉันทำอะไรก็ไม่ได้ดี ไม่มีใจจะทำอะไร … มันเป็นผลพวงจาก เจ้ากรรมนายเวร ในครั้งนี้เรื่องนี้ ทั้งนั้น ….

สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน ที่ฉันได้รับรู้ จากการมาวัด 3 วัน ในครั้งนี้ คนรอบข้าง ที่เฝ้าดูฉันออกกรรม หลายคน พูดเล่นกับฉันว่าน่าเอาไปเขียนละคร เรื่อง แรงพิศวาส เหลือเกินนะ Blush… ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย  ว่า ฉันจะออกกรรมได้เป็นเรื่องเป็นราว ขนาดที่ สามารถนำมาเขียนละครได้หนึ่งเรื่องRazz …นั่งคิดแล้ว ก็ ตลก ตัวเอง  …  ระยะเวลา 3 วัน ที่ฉันมาปฏิบัติ และออกกรรมในครั้งนี้  ฉันจึงถือว่าคุ้ม และ คุ้ม มากๆ  นอกจากนี้ ยังมีของแถม ให้ฉันด้วย  ฉันได้รับรู้ถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต (ซึ่งต้องรอดู กันต่อไปว่าจะ เป็นอย่างนั้นรึไม่) … ซึ่งตรงนี้ ไม่ดีเท่าไหร่  เพราะมันทำให้  ตัว อยากรู้ เกิดขึ้น … และคาดว่ากำลังจะเป็นปัญหาสำหรับฉันอีกแล้วววววว  5555Roll Eyes ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ คนเรา Rolling Eyes

อ้อ …ทุกวันนี้ ฉันนั่งสมาธิได้ เหมือนเดิมแล้วนะ … แถม เดินจงกรม ได้โดยไม่เบื่ออีกต่างหาก  แต่กลับกลายเป็น ขี้เกียจ สวดมนต์ แทน เหมือนเก่าซะแล้วสิ  เอิ๊กๆๆๆๆๆ

ฉันอยากจะบอกใครหลายๆคนว่า … กรรม มันมีจริงนะ … ในเรื่องของความรักแล้ว ….  หากคุณ เป็นฝ่ายโดนกระทำ … ขอให้คิดไว้เถอะ ว่า คุณคงเคยทำใครมาก่อน ไม่ว่าจะชาตินี้ หรืออดีต … อย่าไปคิดโกรธเคือง ให้เป็นเวรเป็นกรรมต่อกัน อีกเลยดีกว่า  … แล้ว เรา ก็ เริ่มต้นชีวิตของเราใหม่ ถึงแม้ อาจจะเศร้าไปบ้าง  ท้อแท้ นิดหน่อย … แต่มันต้องมีสักวัน ที่เราจะดีขึ้น … คงไม่มีใครที่จะแย่ไปตลอดชีวิตหรอก … อาจจะคิดถึง วันเก่าๆ ก็ปล่อยให้มันคิดไป แต่เมื่อคุณยอมรับความจริงได้ อะไรๆ ก็จะดีขึ้น … และ การยอมรับในเรื่อง กรรม  จะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณยอมรับความจริงได้ดีขึ้น ….  อย่างน้อย ให้คิดซะว่า

“เรากับเขา คงจะไม่มีบุพเพสันนิวาส….เขาคงจะไม่ใช่ของเราจริงๆ

คู่บารมีที่แท้จริง ควรวางใจได้ เชื่อถือได้ ไม่ระแวง ไม่มีใครสามารถรบกวนได้ นี่เป็นของแท้

ถ้าคนเก่ายังอยู่ คู่แท้ก็จะมาไม่ได้นะ.. อาจจะมีคนดีกว่าเข้ามา หรือไม่เข้ามา ก็ไม่เป็นอะไร” (คำสอน ของ พระอาจารย์ มิตซูโอะ)

ส่วนใคร  ที่เป็นฝ่ายกระทำ … ถ้าเลือกได้ … ก็อย่าทำกับใครอีกเลยค่ะ   … หันมา สร้างบุญ ลดบาป กันดีกว่า Roll Eyes อย่างน้อย ฉันคนหนึ่ง ที่ได้รับรู้ กรรม และ บอกกับตัวเองไว้ ว่า ตั้งแต่นี้ไป  ฉันจะไม่  ทิ้งใคร และ ไม่ให้ความหวังใคร และ จะไม่ทำให้ใครเสียใจ เด็ดขาด …

Sarcasm

 

 

หนึ่งความคิดบน “เรื่องตลก : อีกช่วงหนึ่ง ของชีวิต กับ การออกกรรม ( อารัมภบท )

แนะนำ ติชม ให้กำลังใจ หรือ เล่าเรื่องราวที่อยากระบาย

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s