การออกกรรม


เขียนโดย…ก้อย…คร้าบบบบบบบ

เกริ่น……

พอดี ลอง search เรื่องการออกกรรม แล้ว เจอแต่ความหมายซ้ำๆ ที่คล้ายกันทุกๆเว็บ แล้วก็อธิบายไว้ นิดหน่อย ก็เลย มีความคิดว่า น่าจะ ลองนำความหมายต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ที่เจอ เกี่ยวกับการออกกรรม  รวมทั้งจากความรู้ที่ได้เคยถาม คุณแม่ อำพัน และ จากประสบการณ์ที่ได้เจอมา มาเขียนใหม่ ในภาษาของตัวเอง… แล้วก็จะได้นำไปใส่ไว้ใน เว็บ สำนักปฏิบัติธรรม แม่ชี วัดย่านขาด ด้วย

(วาระเพิ่มเติม….23 /9 /52

เนื่องจาก เห็นว่า มีผู้นำ เรื่องราวที่ข้าพเจ้าได้รวบรวมไว้ ไปจัดทำเป็นหนังสือ เพื่อจำหน่าย หารายได้ เข้าส่วนตัว ทำให้เกิดความไม่สบายใจ …

เรื่องราวการออกกรรมต่างๆ ในบล็อกนี้ ตลอดจน ในบล็อกของ สำนักปฏิบัติธรรมฯ ข้าพเจ้า ต้องการเขียนและรวบรวมไว้เพื่อ เผยแผ่เป็นธรรมทานเท่านั้น มิได้ต้องการแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ท่านใด ที่ต้องการนำไปเผยแผ่ต่อเพื่อเป็นธรรมทาน ข้าพเจ้าขออนุโมทนาสาธุด้วย แต่ท่านใดที่นำไปรวบรวม เพื่อจำหน่ายและนำผลประโยชน์เข้าส่วนตัว ถือเป็นการมิสมควรยิ่ง ..  

ขอร้องเถอะค่ะ  ) 

การออกกรรม

การออกกรรม …. คือ วิชาธรรมะเปิดโลก

เป็นหนึ่งในกัมมัฎฐาน 40 กอง คือ อานาปานุสติ โดยมี หลวงพ่อคง จตฺตมโล เป็นผู้ริเริ่มวิชา

การออกกรรม จัดเป็นกรรมฐานที่รวดเร็ว รุนแรง ลัดและสั้นที่สุด

พลังธรรมทั้งหลายทั้งปวงในสากลจักรวาลนี้ จะรวมลงมาอยู่ที่ลมหายใจ

ทำให้มีพลังที่รุนแรงและรวดเร็วให้เต็มร้อย เกิดเป็นพลังพุทธานุภาพอย่างน่าอัศจรรย์

สามารถช่วยถอดถอนสิ่งชั่วร้าย ล้างอาถรรพ์กรรม อาถรรพ์เวรต่างๆ

ขจัดสรรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย

ขจัดสิ่งอัปมงคลต่างๆ วิบากกรรมทั้งหลายทั้งปวงทุกกรณี

ที่ติดตามติดตัวเราข้ามภพข้ามชาติได้  โดยธรรมชาติอย่างมหัศจรรย์

 

กรรม คือ การกระทำ

คนเราเกิดมา มีกรรมกันทุกคน และที่เกิดมาก็เพื่อ ชดใช้กรรม

ในชาติปัจจุบัน เราอาจจะทราบว่า

เราเคยทำสิ่งใดๆมาบ้างที่เป็นกรรมไม่ดี และกับใคร..

เมื่อเราทราบ เราก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้

โดยอาจจะกล่าวขออโหสิกรรม และ ทำบุญต่างๆให้

 

แต่ถ้าเป็น สิ่งที่เราลืมไป หรือในอดีตชาติ ล่ะ ..

เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราเคยทำกรรมอันใดมา

เพราะกว่าที่เราจะมาเกิดในชาติปัจจุบันนี้

ก็ไม่ทราบว่าเราเคยเกิดมาแล้วกี่ครั้งกี่หน

และในแต่ละครั้งทำอะไรไว้บ้าง

 

หรือหากในชาติปัจจุบัน เราได้เคยทำกรรมไม่ดีใดๆไว้

แม้เราจะทำบุญอุทิศกุศลให้แล้วก็ตาม

แต่เจ้ากรรมนายเวรนั้นยังอาฆาตและไม่ยอมอโหสิกรรมให้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร

 

ชีวิตเรา หากทำกรรมไม่ดี เมื่อกรรมนั้นส่งผล

ก็ทำให้ชีวิตทุกข์ทรมาน มีอุปสรรคต่างๆนานา

ทุกข์จากกรรมที่ตนเคยทำไว้ตั้งแต่อดีตชาติ ปัจจุบันชาติ

จะค่อยๆทยอยมาส่งผลให้ตนเองได้รับวิบากนั้น ๆ

 

การออกกรรม ทำให้เราสามารถรู้กรรม ได้ในเวลาอันสั้น

และช่วยให้เราสามารถแก้กรรมได้ อย่างถูกต้อง

เรียกได้ว่า ถูกผู้รับและถูกใจผู้รับ  คือ เจ้ากรรมนายเวร

เช่น เราออกกรรมแล้วทราบว่า เราเคยสร้างกรรมกับ นาย ก. มา

ส่งผลให้ นาย ก. เป็น เจ้ากรรมนายเวร มาแสดงให้เรารับรู้ 

เมื่อเราสำนึกในบาปบุญคุณโทษ และขออโหสิกรรมแล้ว

นาย ก. อยากให้เรา บวชเพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้เขา

เมื่อเราบวช เราก็ตั้งจิตอุทิศกุศลให้กับ นาย ก. ได้ โดยตรง

นาย ก. ก็จะได้รับบุญนั้นอย่างเต็มที่

มากกว่า การที่เรากล่าวอุทิศกุศล ด้วยคำว่า ให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

 

การออกกรรม จะแสดง ออก ได้ทั้งทาง กายกรรม มโนกรรม และวจีกรรม

ซึ่งเป็นการแสดงอาการกรรมให้รู้ อยู่ที่ว่าเราเคยทำอะไรมา

บางคน ออกกรรม ไม่แสดงอาการใดๆ เพียงแค่นั่งนิ่งๆ ..

แต่เห็นภาพต่างๆอยู่ภายใน ก็เป็นการแสดงออกทางมโนกรรม

บางคน แสดงออก ทั้ง 3 ทาง

 

การออกกรรม ไม่สามารถ ทำเพียงครั้งเดียว แล้วกรรมทุกอย่างจะหมดลงได้

เพราะคนเราไม่ได้มีกรรม เพียงอย่างเดียว

แล้ว จะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่า กรรมไหนจะแสดงก่อน เพราะทำกรรมมาตั้งมากมาย

…จริงๆแล้ว ไม่มีใครรู้ได้ ว่า ครั้งนี้เราจะออกกรรมเป็นยังไง เป็นใคร หรือแบบไหน

 

ในการออกกรรมแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับว่า

ณ เวลานั้น เจ้ากรรมนายเวรท่านใดที่พร้อมจะเปิดทางให้เราได้รับรู้

หรือหากเราโดนสิ่งชั่วร้าย อาถรรพ์ต่างๆมา

การออกกรรมก็จะออกอาการเพราะสิ่งเหล่านั้นก่อน

แล้วจึงค่อยออกกรรมเพราะเจ้ากรรมนายเวรต่อไป

 

การออกกรรมจะช่วยให้ การนั่งสมาธิภาวนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ออกกรรมจนหมดแล้ว

สังเกตได้จาก เวลานั่งสมาธิ หลังจะตั้งตรง มองดูเป็นสามเหลี่ยมที่สวยงาม

คล้ายพระพุทธรูปปางสมาธิ ที่มีท่านั่งเหมือนรูปพีระมิด มีฐานเป็นสามเหลี่ยม

 

การออกกรรม สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติ รู้ว่า บุญ-บาป มีจริงได้ด้วยตนเอง

เมื่อเรารู้แล้ว ไม่ควรยึดติด เพราะจะทำให้จิตไม่ตัดกรรม

ที่ควรทำ คือ การทำกุศลในทางที่ถูกต้อง เพื่อชีวิตที่จะดีขึ้นต่อไป

 

 

วิธีออกกรรม

ใช้การนั่งสมาธิ บริกรรมแบบพุทโธ เริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าแรงๆ นึก "พุท"

หายใจออกแรงๆ พร้อมกับ ก้มหลังลง นึก "โธ" 

หายใจเข้าแรงๆยกตัวขึ้นอีกนึก "พุท"

ทำแบบนี้ติดต่อกันไป ถี่ๆ และเร็ว ซึ่งจัดเป็นการเร่งกรรมให้แสดงออก

(บางที่ จะใช้คำบริกรรมแตกต่างกันออกไป เช่น ยุบพอง)

เมื่อสูดลมหายใจเข้าออก ติดต่อกันไปเรื่อยๆ อาจจะรู้สึกปวดเมื่อยตัว เหนื่อย ทรมานมาก จนบางคนทนไม่ไหว ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการของคนที่เริ่มเข้าสมาธิ ขอให้อดทนไปเรื่อยๆ ไม่นานผู้ปฏิบัติจะเริ่มเข้าสู่สมาธิได้เอง ระหว่างออกกรรมนั้น ผู้ปฏิบัติจะมีสมาธิ มากกว่าสติ ทำให้แสดงลักษณะต่างๆออกมา

ลักษณะอาการที่แสดงออกมาของแต่ละคนนั้น จะไม่เหมือนกัน เพราะ เจ้ากรรมนายเวร ของแต่ละคน ก็จะต้องการให้เรารับรู้ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนเคยหักปีกลูกไก่ ก็จะใช้แขนตีปีกเหมือนปีกไก่ พร้อมทั้งรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากตามแขนตามตัว บางคนเคยตีและทุบๆจนงูตาย ก็จะออกด้วยการใช้มือสองข้างทุบๆๆตัวเองอย่างแรงและปวดตัวอย่างมาก

ขณะที่ออกอาการนั้น ผู้ปฏิบัติจะต้องไม่ลืมคำบริกรรม ต้องมีสติ และใช้จิต คอยไตร่ถามอยู่เสมอๆ ว่า การที่ได้ออกอาการอย่างนี้นั้น เป็นเพราะอะไร ไปทำอะไรมา และควรขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรนั้นๆ เสียด้วย

ทั้งนี้ระหว่างออกกรรม ควรมี พระ หรือ ผู้รู้ คอยกำกับ ดูแล ตลอดทุกครั้ง เพื่อคอยเรียกสติ ทำให้ไม่บ้า นั่นคือ ไม่ควรทำคนเดียว เพราะบางคนจะหลงจะเพลิน จนลืมสติ เมื่อไม่มีใครคอยเรียกสติกลับมา ก็จะบ้าได้

บางครั้ง พระ หรือ ผู้ที่กำกับดูแล จะคอยช่วยไตร่ถามให้ ว่าเจ้ากรรมนายเวรนั้นต้องการอะไร หรือเราควรจะแก้ไขอย่างไร (หรือที่เรามักเรียก ว่า แก้กรรม นั่นเอง) การออกกรรม จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่า เราจะแก้กรรมให้ถูกจุดได้อย่างไร หรือ หากเจ้ากรรมนายเวรนั้นอาฆาตมากยังไม่ยอมอโหสิกรรมให้ พระท่านจะได้เทศน์โปรดเพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นอ่อนลงและส่งกุศลได้ถูกต้อง ดวงจิตที่มืดก็เปิดสว่างได้   บุญก็เกิด 

ผู้ปฏิบัติอาจจะออกอาการเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่หลายครั้งได้ในการนั่งสมาธิแต่ละครั้ง นั่นหมายความว่า เจ้ากรรมนายเวรนั้น ยังไม่ยอมที่จะอโหสิกรรมให้เรา เขายังอยากให้เรารับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ปฏิบัติจำต้องอดทน เพื่อให้อาการเหล่านั้นหมดไป นั่นคือ เมื่อเจ้ากรรมนายเวรนั้นอโหสิกรรมแล้ว อาการต่างๆ ก็จะคลายลง หลังจากที่อาการนั้นคลายลง ผู้ออกควรนั่งสมาธิภาวนาต่อสักครู่ เพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นๆ และแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย

การออกกรรมจะได้ผลต่อเมื่อ ผู้ปฏิบัติต้องมีความศรัทธา ไม่ลังเลสงสัย ไม่ฝืน ไม่เครียด ไม่คาดหวัง ซึ่งหากผู้ปฏิบัติกระทำตามผู้ดูแลอย่างเต็มกำลัง เต็มความสามารถ  คาดว่าสามารถออกกรรมได้ อย่างแน่นอนภายในเวลา 1 ชั่วโมง และการออกกรรมนี้ ไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด หากเรามี ผู้รู้ คอยกำกับ คอยเรียกสติ ทั้งนี้การออกกรรม จะต้องอาศัย ความอดทนพอสมควร

 

ที่มา : http://www.fortunename.com/kaekam.php

 

          กัมมัฎฐานธรรมฤทธิ์เปิดโลก

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

โดยส่วนตัว ของ เจ้าของบล็อกแล้ว …. เคยไป ออกกรรม มาที่ สำนักปฏิบัติธรรม แม่ชี วัดย่านขาด

ไปมาแล้ว 2 ครั้ง และบอกกับตัวเองอยู่ตลอดว่า มีโอกาสจะต้องไปอีก … เพราะในการไปแต่ละครั้ง

ทำให้เราได้รู้เรื่องราวต่างๆมากมายเกี่ยวกับกรรม ที่ รับรู้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าเทียบกับ การที่เราไปวิ่งแสวงหา ให้คนนั้น คนนี้บอก…

ว่า ชาติที่แล้ว หนูเคยไปทำกรรมอะไรมาคะ ชีวิตถึงเป็นแบบนี้ นั้น … เราว่าอย่างนี้ ดีกว่า เยอะเลย เพียงแต่เราต้องยอมเหนี่อยยอมเสียเวลากระทำด้วยตัวเองเท่านั้น เพราะการที่เราไปพึ่งเขา ให้เขาช่วยนั้น บางครั้ง เราก็ไม่รู้ว่า จริง หรือ หลอก บางคนอาจจะหลอกเราก็ได้.. เงินก็เสีย แถมหลอกเราอีกต่างหาก 

อย่างผู้เขียน เคย ไปหาแม่ชีชื่อดังท่านหนึ่ง… ที่ออกรายการทางเคเบิ้ลบ่อยๆ … คราวนั้นก็เสียไปสองร้อย นั่งรอตั้งแต่เที่ยง ยันสองทุ่ม ถามไป สองสามข้อ ได้คำตอบมาเหมือนตอบแบบผ่านๆ พอถามว่าทำกรรมอะไรมา ก็ตอบว่า ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวแม่ชีจะไม่สบาย ต้องไปปฏิบัติธรรมกับเขาก่อนสามวันที่สำนักของเขา เขาถึงจะตอบได้  … อ๊ะ แล้วทำไม ที่ฉันเห็นในรายการทีวีตอบได้เป็นฉากๆวะ แค่สัมผัสจากน้ำเสียง… ที่ว่าแบบนี้ เพราะว่า ก่อนเขาจะตอบ เขาจะต้องพูดว่า "สัมผัสจากน้ำเสียงแล้ว…เคยทำกรรม….มา" และก็เพราะไอ้ประโยคนี้ละ ถึงจูงใจ ให้เรา รีบไปหาเขาในวันรุ่งขึ้น ด้วยความหวังที่ว่า แค่ฟังจากน้ำเสียงยังรู้เลย แล้วเราไปหาตัวเป็นๆ แกก็คงจะรู้ ต้องตอบข้อข้องใจต่างๆเราได้แน่ๆเลย … แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา นอกจากเสียตังค์ เสียเวลา เสียความรู้สึก

อยากจะบอกว่า ทุกคำถาม ที่เราได้นำไปถามแม่ชีคนนั้น … เมื่อเราไป ออกกรรม ที่ สำนักฯวัดย่านขาดมา … เราได้รู้คำตอบทุกอย่างหมดเลย…และรู้ได้ด้วยตัวเองด้วย … ขนาดรู้ได้ด้วยตัวเอง ยังจะสงสัยเลย ว่าจริงมั้ย … แล้วนับประสาอะไรกับให้ใครคนอื่นมาบอกเราล่ะ จริงมั้ย?

(แก้ไขใหม่ วันที่ 20/8/51…)

 

 

เมื่อค้นคว้าเพิ่มเติม ก็ได้รู้ว่า …

คำถาม :

ดิฉันอยากทราบว่าการนั่งสมาธิตัดกรรม แตกต่างจากการนั่งสมาธิทั่วไปอย่างไร

แล้วเหตุใดผู้ที่นั่งสมาธิตัดกรรม เมื่อนั่งไปซักพักโดยการกำหนดลมหายใจจากยาวๆเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆ

จะต้องแสดงอาการเหมือนมีองค์ลงประทับ เป็นอิริยาบทต่างๆกันไป …. ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นการอุปทาน หรือไม่

หรือ มีองค์เทพมาโปรดจริงๆ และเป็นการตัดกรรมจริงๆหรือไม่

ซึ่งในความเข้าใจของดิฉัน การนั่งสมาธิจะสามารถตัดกรรมได้จริงเหรอ

เพราะกรรมของคนเราก็มีหนักเบาแตกต่างกันไป แต่แค่การนั่งสมาธิแล้วออกอาการ จะเป็นการตัดกรรมได้ง่ายดาย

แล้วเจ้ากรรมนายเวร เค้าจะอภัยให้ง่ายดายขนาดนี้เลยหรือ

ดิฉันเคยได้ยินว่าการตัดกรรมมีหลายวิธี แล้วจริงๆแล้วควรเลือกวิธีไหน

( สำหรับตัวดิฉันแล้ว การประพฤติตัวดี และไม่เบียดเบียนคนอื่น ก็เป็นวิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้มีกรรมเพิ่มมากขึ้น )

… ขอสอบถามผู้รู้ ช่วยให้ความกระจ่าง เพื่อดิฉันจะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น

เพราะมีคนรู้จักเค้าปฏิบัติทางนี้ และชวนดิฉันไปปฏิบัติดิฉันได้เคยไปดูครั้งนึง จึงเกิดข้อสงสัยเหล่านี้ขึ้น ขอบคุณค่ะ …

 

คำตอบที่ 1 :

ไม่ใช่ผู้รู้นะคะ แต่เคยปฎิบัตินั่งสมาธิตัดกรรมนี่แหละค่ะ เล่าสู่กันฟังแบบพี่น้องนะคะ ส่วนความจริงเป็นอย่างไรคงต้องขอความรู้จากผู้รู้เช่นกันค่ะ
ครั้งแรก ที่ปฎิบัติเพราะแปลกใจว่าทำไมเขาต้องมีอาการด้วย ถ้าเป็นการสะกดจิตหมู่ แต่ละคนทำไมอาการไม่เหมือนกัน ประกอบกับมีพระ / แม่ชี คอยดูแลใกล้ชิด ตัดสินใจลองเพราะเชื่อว่าตัวเองจิตแข็งพอสมควร มีเคลิ้มนิดหน่อย
ครั้งที่ 2 วันเดียวกันในช่วงบ่าย บอกตัวเองว่าจะปฎิบัติตามคำบอกของพระผู้นำปฎิบัติ โดยไม่ขัดขืน ก็ออกอาการจริงๆเพราะเห็นตัวเองนั่งอยู่เชิงบันไดที่ทอดสูงลงมาจากเนินเขาสูง บนชั้นสูงสุดของบันไดมีพระสงฆ์อุ้มบาตรมองลงมา รู้ตัวว่ากำลังถวายบังคมอยู่ รู้ตัวจริงๆค่ะแต่บังคับไม่ได้ร้องไห้ไปด้วยน้ำตาไหลจริงๆ แบบดีใจน่ะค่ะ
ครั้งที่3 ห่างจากครั้งแรกเป็นปี ขณะนั่งก็รู้ตัวอีกนั่นแหละปวดหลังมากๆ แม่ชีคงเห็นอาการท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรใช้เขาเสียให้หมด เอาจิตถามซิว่าทำอะไรไว้ ก็เห็นตัวเองขี่รถทับไปบนหลังงู แบบขี่ทับแล้วก็เลยไปเลยเหมือนไม่ได้ตั้งใจน่ะค่ะ นี่เป็นประสบการณ์ที่เกิดกับตัวเองค่ะ ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสก็จะไปนั่งอีกเพราะหลังจากแผ่เมตตาแล้วรู้สึกดีค่ะ

คำตอบที่ 2 :

อาการที่ปรากฏขึ้นนั้นไม่ใช่การทรงเจ้าเข้าผี แต่เป็นธรรมะมาทรง เป็นธรรมะเปิดโลก เปิดให้เห็นเวรเห็นกรรม เห็นภพเห็นชาติ อาการที่แสดงออกนั้นจะเป็นทั้ง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อาจแสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ ทั้งสามก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะจิตของผู้ปฏิบัติ เมื่อออกกรรมเราจะรู้ถึงอาการเจ็บปวดทรมารต่างๆที่ทำกับเจ้ากรรมนายเวรไว้จริง เจ็บจริงปวดจริง นั้นคือเป็นการใช้กรรมให้แก่เขา แต่กรรมนั้นมีหลายประเภทบางประเภทเจ้ากรรมนายเวรก็ไม่ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ ต้องออกกรรมเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าเขาจะอโหสิกรรมให้ เมื่อเราปฏิบัติเสร็จ ครูบาอาจารย์ก็จะนำกล่าวคำตัดเวรตัดกรรม นำมาซึ่งการตัดกรรมซึ่งกันและกัน "ของฟรีไม่มีในโลก"
โดยวิชาธรรมะเปิดโลกนี้ หลวงพ่อคง จตฺตมโล วัดเขาสมโภขน์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เป็นผู้นำมาเผยแพร่ ท่านได้รับธรรมะนี้เมื่อคราวที่ท่านปฏิบัติทำความเพียรแบบอุกฤต ขั้นปรมัตถ์ ภายในถ้ำพระอรหันต์ ท่านจึงอธิษฐานจิตเพื่อตัดกระแสกรรมการเวียนว่ายตายเกิดเพื่อเข้าสู่ภูมิอรหันต์ จนท่านพบพระวิสุทธิเทพมาปรากฎกาย และประทานธรรมะเปิดโลกนี้ให้ท่าน เนื่องจากอาศัยบารมีที่หลวงพ่อเคยเป็นพระร่วง โรจนฤทธิ์ ผู้รจณาพระไตรปิฏก จึงได้รับธรรมะเปิดโลกนี้ และได้อนุญาติให้ท่านนำธรรมะเปิดโลกมาสอนแก่หมู่มวลมนุษย์ แต่กำลังของพระอรหันต์ไม่เท่ากำลังของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเปิดโลก มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ ด้วยเหตุนี้จึงมีกำลังกึ่งหนึ่ง โดยจะสามารถเห็นเวรเห็นกรรมเห็นภพชาติได้ก็ต้องอาศัยกำลังของพระกัมมัฏฐานและบารมีของหลวงพ่อคง เปิดให้เรา สายนี้เป็นสายที่โลดโพน เป็นสมถะที่ควบคู่กับวิปัสนาที่แรงและเร็วมาก คนที่ไม่เข้าใจจะคิดว่าเป็นการทรงเจ้าทรงผี แต่เมื่อมาปฏิบัติเองก็จะรู้เอง "ผู้ปฏิบัติจะพึ่งเห็นได้เอง" เมื่อเรารู้กรรมเห็นกรรม และฝึกฝนพัฒนา จิตจะยกเข้าสู้วิปัสสนาอย่างแจ่มแจ้งแทงตลอด เข้าใจพระไตรลักษณ์ ….
ปรมัตธรรมของหลวงพ่อคง เป็นธรรมะที่อยู่เหนือสมมุติ อยู่เหนือภาษา อยู่เหนือโลก ต้องอ่านตัวให้ออก บอกตัวให้ได้ ใช้ตัวให้เป็น เห็นตัวให้ถูก
"นับถือพระ อย่าเข้าใกล้พระ คนไหนเชื่อพระ คนนั้นไม่ใช่คน"
นำปรมัตธรรมของหลวงพ่อนี้ไปตีเอานะครับ นำไปวิปัสนาก็ได้ ปัดให้ออก ปัดจนเราเห็นแจ้ง
ดีใจที่ได้เผยแพร่ธรรมะของหลวงพ่อครับ
เจริญในธรรมกันทุกท่านนะครับ …

คำตอบที่ 3 :

การตัดกรรม ก็คือทำให้กรรมที่จะรับผลปรากฏให้เห็นเร็วขึ้นใช้ไหม?
-ใช่ครับ เมื่อเปิดให้เจ้ากรรมมา เราใช้กรรมนั้นจนเขาพอใจ และอโหสิกรรมให้ เขาก็รับบุญกัมมัฏฐานของเราไปด้วย แต่เราจะไม่ถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตนะครับ เพราะธรรมะคุ้มครองปรกเกล้าเรา แต่กรรมหนักๆ เขาก็ไม่ยอมครับ
แล้วเรียน วิปัสนา เลยไม่ได้เหรอ แล้วคนปกติทำกรรมอะไรก็ต้องได้รับผลอยู่แล้ว เมื่อเข้าใจในกฏแห่งกรรมก็น้อมรับ?
– เรียนวิปัสนาเลยก็ได้ครับ แต่เราจะเข้าสู้วิปัสนาได้นั้น เราจะต้องมีสมถะเป็นฐานก่อนครับ แต่ที่ผมบอกว่า "เมื่อเรารู้กรรมเห็นกรรม และฝึกฝนพัฒนา จิตจะยกเข้าสู้วิปัสสนาอย่างแจ่มแจ้งแทงตลอด" นั้น เพราะนี้คือแนวทางการปฏิบัติในสายของธรรมะเปิดโลกครับ เมื่อเรารู้กรรมเห็นกรรมเห็นภพชาติ จิตเราจะเบื่อหน่ายการกระทำ การเกิด การตาย นั้นคือการเห็นพระไตรลักษณ์ครับ ส่วนสำนักอื่นๆ ก็จะมีแนวทางของแต่ละสำนักครับ และผมไม่ได้บอกว่าต้องตัดกรรมก่อนจึงจะเรียนวิป้สนาได้นะครับ
โดยคนปกติทั่วไปจะไม่อยู่ดีๆแล้วจะทำแต่กรรมดีครับ แต่เมื่อมารู้กรรมเห็นกรรมก็จะช่วยให้เขาคิดได้ครับ และกรรมคนเรานั้นก็มีไม่รู้กี่บัญชีครับ การตัดกรรมไม่ใช่ว่ามานั่งตัดกรรมจนเราเข้านิพานได้เลยนะครับ ต้องตัดแล้วให้เกิดความรู้ด้วยครับ ดังนั้นการตัดกรรมก็เป็นเพียงเครื่องมือในการสอนของหลวงพ่อครับ ไม่ใช่ประเด็นหลักหรือความมุ่งหวังของหลวงพ่อคงในการสอนธรรมะ หลวงพ่อจะบอกกับลูกศิษย์เสมอว่าให้ยกจิตเข้าสู้วิปัสนาให้ได้นะ ปัดออกให้หมด ตัวตัณหา ตัวอวิชา ปัดออกให้หมด การตัดกรรมเป็นอำนาจพิเศษของธรรมะเปิดโลกเท่านั้น ซึ่งเจตณาก็เป็นเช่นเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าเปิดโลกเมื่อครั้งพุทธกาลครับ ซึ่งธรรมะแต่ละสำนักก็มีความสามารถและแนวทางเฉพาะตน เช่น ธรรมกาย และมโนของหลวงฤษีครับ แต่สุดท้ายทุกสายทุกสำนัก จะต้องมาลงที่ อนิจัง ทุกขัง อนัตตา หมดครับ ….
ที่คุณ หลงเข้ามา บอกว่า "ส่วนวิชาตัดเวรตัดกรรม ไม่ขอกล่าว เพราะไม่สุดทาง ไม่เป็นเพื่อรู้แจ้ง"?
ครับ ไม่สุดทางอย่างที่คุณบอกแหระครับ เป็นแค่ทางเส้นหนึ่ง ไปสู่ทางสายใหญ่ ทางสายกลาง ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีมากมายเหลือเกิน แล้วแต่ว่าคุณมาจากทางไหน เราไม่ว่ากันว่า ทางคุณดี ทางผมอ้อม ทางนั้นตรง ทางนี้ลาดยาง อยู่ที่จุดเริ่มของเรามากกว่า
"ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นได้เอง"
อนุโมทนาสาธุในความคิดเห็นครับ
การถกปัญหาธรรมะ ก็ถือว่าเป็นการวิปัสสนาไปในตัวครับ…

 

 

ที่มา : http://board.palungjit.com/showthread.php?t=118616

 

 

ขออนุญาติแนะนำ เว็บไซต์  สำนักปฏิบัติธรรม แม่ชี วัดย่านขาด หรือ ดูที่ บอร์ดของเว็บพลังจิต

สำหรับเรื่องราว การออกกรรม อื่นๆเพิ่มเติม เราได้เขียน เล่า ไว้ใน บล็อกของเรา ถ้าสนใจก็ลองหาอ่านดูได้นะยะ

 

หนึ่งความคิดบน “การออกกรรม

แนะนำ ติชม ให้กำลังใจ หรือ เล่าเรื่องราวที่อยากระบาย

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s