ประสบการณ์ใหม่ กับการ ออกกรรม (แก้กรรม) วันที่สอง


 

1 มิ.ย. 2551

เช้านี้ ตื่น 6 โมง   พอๆกับมุ่ย  ที่บอกว่า จะตื่นตีสี่ ไปทำวัตรเช้า แต่ไหง๋นอน หลับเงียบก็ไม่รู้ ได้แต่บ่นว่า เสียดาย ..

ล้างหน้าแปรงฟัน  มุ่ยบอกว่า นอนไม่ค่อยหลับ  แปลกที่  กลัวด้วย .. แถมมีตุ๊กแกร้องอีก …

จำได้ว่า ตอนแรก นอนกันคนละมุมนะ พอดึกเข้า ไหง๋ ไอ้ มุ่ย มาอยู่ติดเราได้เนี่ย 555

แม่ชีบอกไว้แต่เมื่อคืนว่า เช้ามา เราอาจจะกวาดลานวัดก็ได้ ทำอะไรก็ได้ ในวัด ได้บุญทั้งนั้น เช้านี้ ก็เลย ไปกวาดใบไม้กัน  ต้นไม้สวยๆ ดอกหอมๆก็เยอะ กวาดไปหอมไป เฮ้อ ชื่นใจ … กวาดไปกวาดมา 8 โมง พวกแม่ๆทั้งหลาย ที่มาปฎิบัติเหมือนกัน ก็เรียกพวกเราเข้าไปทานข้าว ที่อีกศาลาหนึ่ง ถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่า มีคนมาปฎิบัติทั้งหมดตอนนี้ 8 คน รวมเรากับเพื่อนด้วย พวกแม่ๆ เขาก็กินไปคุยกันไป  ก็นั่งฟังเขาคุย จนทุกคนทานเสร็จ ได้รู้จักกับพี่คนหนึ่ง อายุน่าจะประมาณ 30 กว่า ๆ ชื่อนิด

พี่นิดเล่าว่า เขาอยู่มา ถึงวันนี้ วันที่ 9 แล้ว เขาว่า เขาตั้งใจมา และตั้งใจทำทุกอย่าง อย่างที่แม่ชีทำ เขาสบายใจมาก เขาได้ออกกรรมแล้ว ไม่อยากกลับบ้าน เขาเห็นเราสองคนมีเวลาน้อย เขาก็เลยมาบอกว่า เขาจะช่วยคุยกับแม่ชีให้ ว่า จะให้เราสองคน ออกกรรมกันส่วนตัว เพราะอาจจะอายคนอื่นไม่อยากให้ใครู้ เราก็ โอเค  พอดีเขาเห็น เจ้ามุ่ย  หน้าตา มุ่ย สมชื่อ อ่ะนะ ดูไม่สบายใจ  เขาก็เป็นห่วง ว่า มุ่ย กังวลใจ ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า ก็เลยปล่อยให้เขาคุยกัน ที่ใต้ต้นไม้ เราก็เดินขึ้นกุฎิไป ..

9.00 น. เข้าไปรอแม่ชีที่ศาลา  ตอนนั้น มี พี่อยู่คนหนึ่ง เขานั่งออกกรรมอยู่ก่อนแล้ว   แต่ก็ใกล้จะเสร็จแล้วมั้ง พอแม่ฃีพรมา ท่านก็ให้เรากราบพระ ขอพร จากพระพุทธเจ้าปางเปิดโลก หลวงพ่อคง และ พระร่วง ตลอดจน สิ่งศักดิ์สิทธ์อื่นๆ แล้วก็ให้เรานั่งสมาธิ อย่างเมื่อวาน

ครั้งนี้ เราพยายามไม่ฝืนตัวเอง พยายามไม่แย้ง ไม่สงสัยอะไร เมื่อใจสงสัย ก็จะบอกกับตัวเองว่า ไม่สงสัย ไม่สงสัย แล้วก็นึก พุทโธ ให้มั่น ด้วยการ สูดหายใจให้แรงขึ้นกว่าเดิม เมื่อสูดลมไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึก แสบจมูก โยกไปโยกมาก็ปวดหลัง ปวดคอ อยากจะหยุดซะเดี๋ยวนั้น ในใจก็คิดไปเรื่อย อะไรมันจะทรมานอย่างนี้วะ  กว่าจะสำเร็จได้ มันยากเย็นเหลือเกินนะ แต่ก็ต้องอดทน เพราะอุตส่าห์ดั้นด้นมา   แม่พร ท่านก็คอยถาม เป็นยังไงคะ  …. "แสบจมูก"… ตอบเสียงเบาๆ   ก็มันแสบจริงๆ นี่นา  ท่านก็ว่า ให้นึกพุทโธไว้ อย่าให้ขาด แล้วก็ให้นึกในใจว่า … ขณะนี้ ลูกกำลัง ตั้งใจทำบุญทำกุศล เพื่อใช้หนี้กรรม ขอให้หายแสบจมูก หากมีกรรมใด ขอให้บอก ลูกจะชดใช้ให้ ขอให้ท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงได้โมทนาบุญนี้ไป" 

เมื่อนั่งไปได้สักพัก ก็รู้สึกเหมือนเมื่อคืนอีก คือ มือสองข้างนั้นอยากลอย ก็ปล่อยให้มันค่อยๆลอยขึ้น จากนั้น มือก็เป็นไปเองอัตโนมัติเลย   แม่ชีก็คอยถาม  .. นั่นใครคะ.. เราก็ไม่รู้ว่าใคร ก็ได้แต่ส่ายหัว   ช่วงแรกๆ ก็ จะรู้สึกปวดตึงที่ข้อนิ้ว ข้อสุดท้าย เป็นบางนิ้ว จะงอ นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง ข้างขวา ก็งอไม่ได้ ที่บอกแบบนี้ เพราะ รู้สึกตัวตลอด ก็พยายามบอกตัวเองตลอด ว่า ลองงอซิ… แต่ก็งอไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกัน … ตอนนั้นนั่งอยู่ในท่า ที่ตัวเองนั่งขาซ้ายทับขาขวา ปกติ เพียงแต่มือทั้งสองข้างนั้น ยกขึ้นเหนือหัว แล้วฝ่ามือ ก็ได้แต่หมุนเข้าหมุนออก อยู่อย่างนั้น …. แม่พรก็ถามอยู่ตลอด ว่า เป็นใคร .. หรือ .. รู้รึยัง ทำอะไรมา ถึงเป็นแบบนี้ ..  หรือ .. ทำอะไรคะ ทำอะไรมา .. เราก็ไม่รู้อยู่ดี รู้อย่างเดียวคืองอนิ้วไม่ได้ ก็เลยตอบท่านเบาๆว่า  … งอนิ้วไม่ได้ … ท่านก็ว่า ให้ลองถามดูในจิต ว่า ที่งอนิ้วไม่ได้นี้ ไปทำกรรมอะไรมา ยินดีจะชดใช้ให้ ขอให้บอก …. ก็พยายามนึก นึก ๆ ๆ ตามที่ท่านพูด  ไปๆมาๆ จากที่ฝ่ามือหมุนเข้าหมุนออก ก็กลายเป็น รำ .. แม่ชีท่านว่าทีหลังว่าเรา รำเหมือน มวยไทย น่ะ … ท่านก็คอยถามอยู่เรื่อยๆ ว่าใครคะ  ทำอะไรคะ อยู่ตลอด … ไอ้เราก็ไม่รู้สักที ในหัวมันไม่มีอะไรเลย มีแต่ความมืด  …. พยายามนึกพุทโธ อยู่ตลอด ไม่ให้ขาด … รู้สึกจะรำได้ ประมาณ 5 นาที ก็รู้สึกเมื่อย แขน  อยากเอาแขนลง ก็ค่อยๆลดลง  พอลดลงปุ๊ป แขนก็เริ่มแกว่งหน้าแกว่งหลัง ทั้งที่ไม่ได้นึกไม่ได้สั่งเลยนะ ไม่ได้คิดอะไรด้วย แต่มันบังคับไม่ได้ ก็เลยปล่อยให้มันเป็น… แม่ชี ก็พยายามถาม ถาม ถาม … จนอยู่ดีๆ ก็มีความรู้สึกว่า อยากได้ของเล่น  … ก็เลยพูดออกไปเบาๆ  ว่า… อยากได้ของเล่น … เท่านั้นละ เรื่องราวต่างๆของการออกกรรมของเราก็เกิดขึ้นเลย… มีทั้ง ซึ้ง ทั้ง ขำ ทั้ง ตลก และ น่า จ๋ง จ๋าน       มันจะเป็นยังต่อ  ไว้ ขยัน เมื่อไร จะมาเล่าต่อ  นะ  ……………. ตอนนี้ขี้เกียจแล้ว 

 

อ่ะ..มาต่อกันดีกว่า

พอดีมาขยันเอาวันนี้ (22/8/51) ยังคงจำเรื่องราวได้อยู่บ้างคร่าวๆ จะเล่าอย่างคร่าวๆแล้วกันนะ

หลังจากที่เราร้องอยากได้ของเล่น สติก็รับรู้ว่า เหล่าแม่ชีที่อยู่ตรงนั้นก็พากัน กุลีกุจอหาของเล่นให้ใหญ่ แต่ไม่มี… ก็เลยมาถามเราว่า เอาขนมมั้ย เอาขนมแล้วกันนะ…แล้วในมือเราก็เหมือนมีกล่องนมมาวาง

"ม่ายเอา ม่ายเอา…..ฮือ ฮือ…หนูอยากหาแม่.."

"แล้วแม่หนูอยู่ไหนล่ะคะ" แม่ชีถาม   เราก็ว่า "หนูไม่รู้…" ตลอดเวลานั้นร้องไห้ตลอด  ปากก็ว่าจะหาแม่ แต่พอถามว่าแม่อยู่ไหน ก็ไม่รู้ แม่ชีก็พากันถามว่า คนนั้น คนนี้รึเปล่า เราไม่รู้หรอกว่าเขาชี้คนไหน แต่เราก็ว่า ไม่ใช่…. แล้วก็ออกอาการแบบ เด็กไม่พอใจด้วย ทำนองว่า ไม่ได้ดั่งใจ ที่เขาถามว่า คนนั้น คนนี้รึเปล่า เพราะว่า ช่วงที่เราไปนั้น ก็มี ผู้หญิงสองสามคนที่มาออกกรรมเพราะเคยทำแท้งมา แล้ว่อนที่เราจะเข้ามานั่ง ก็มีพี่ อยู่คนหนึ่ง ที่เขานั่งออกกรรมอยู่ก่อนแล้ว นี่ก็ออกเป็น ตามหาลูก เคยทำแท้งมาเหมือนกัน… หลังจากที่ คนนั้นก็ไม่ใช่คนนี้ก็ไม่ใช่ … เราก็เริ่มร้องไห้หนักเข้าหนักเข้า เหมือนโมโห แล้วมือข้างขวา ก็ออกอาการ เหวี่ยงเข้าเหวี่ยงออกหาตัวตรงหน้าอก มือก็กำหมัด แล้วปากก็ว่า "คนนี้ คนนี้!!!" เสียงแหลมๆเหมือนพูดเพราะโมโห   แต่เราไม่รู้หรอกว่า มือขณะที่เหวี่ยงออกนั้น มันไปทางมุ่ย  (มุ่ยมันก็ว่า ตกใจ! หมด นึกว่า อดีตเคยเป็นแม่ลูกกันมาก่อน ถึงได้มาด้วยกันทั้งๆที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่นาน เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกก็ตอนมาวัดครั้งนี้พอชวนก็มาด้วยเลย) แม่ชี บอกให้เข้าไปกอดลูก มุ่ยก็จะเข้าไปกอด…

แต่พอกำลังจะกอด  …."โอ๋…แม่มา…."

"ไม่ใช่อ่ะ!.." เราก็โวยวาย เสียงดังเลย ไม่ใช่ !ไม่ใช่ ! อยู่อย่างนั้นละ …มุ่ยก็ตกใจ ยังพูดไม่ทันจะจบยังไม่ทันจะกอดเลยมันโวยวายซะละ

"คนนี้ คนนี้…นั่งอยู่ตรงนี้นี่ เขาไม่ยอมพูดอ่ะ….ฮือ…" …. เท่านั้นละ ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นถึงบางอ้อกันใหญ่ 555

ส่วนในจิตเรา.. ระหว่างที่ร้องไห้นั้น เราพยายามคิดตลอดว่า คงไม่ใช่ลูกเรา แต่อีกใจก็ยอมรับว่าใช่ แต่ไม่อยากจะบอกใคร ไม่กล้าบอก ไม่ยอมรับว่างั้นเถอะ แต่พอ โวยวายออกมาแบบนี้แล้ว… จิตเราก็ต้องยอมรับอ่ะนะ…

แม่ชีก็ว่า "ก้อย…เรียกลูกหน่อย" เราก็เลยเรียก ลูกจ๋าๆแม่ขอโทษ …แม่ชีก็ถามเด็กว่า ชื่ออะไร "ไม่รู้…!! ฮือออออ" กี่ขวบ ก็ไม่รู้..พอถามว่าอยากได้อะไร ก็ ร้องไห้ใหญ่ ได้แต่ บอก ว่าคิดถึงแม่ อยากกอดแม่ (แล้วก็ ทำท่ากอดตัวเอง) ก็กอดอยู่อย่างนั้นละ จะคนแถวนั้น ซึ้ง สงสารกันใหญ่… 555

"หนูรู้ ว่าแม่ไม่ตั้งใจ หนูไม่โกรธ" อยู่ดีๆก็พูดออกมา หลังจากที่จิตเราคิดขออโหสิกรรม  ระหว่างนั้นแม่ชีก็พยายามพูดคุยด้วยอยู่ตลอดคอยถาม…เขาก็ว่า แม่สบายดีมั้ย…หนูรักแม่ หนูคิดถึงแม่ อยากคุยกับแม่ อยู่อย่างนี้ ไปซ้ำมา ฟูมฟายหนักขึ้นหนักขึ้น…

จนแม่ชีเรียก ชื่อเรา …บอกให้กลั้นลมหายใจ แล้วปล่อย เป็นอันออกจากกรรม …. นี่คือ ช่วง เช้านะ..

แม่พรบอกว่า ให้เราตั้งชื่อให้ลูกซะ แล้วเขากี่ขวบแล้วจำได้มั้ย เราก็ว่า จำไม่ได้หรอก ต้องกลับไปดู จดเอาไว้อยู่ แล้วเราก็เลยตั้งชื่อให้ว่า น้องบอย…เพราะเขาเป็นผู้ชาย นึกออกชื่อแรกคือ บอย ก็เลยเอาชื่อนี้ละวะ ช่วงเที่ยงหลังกินข้าวเสร็จ นั่งคุยกันกับมุ่ย ต่างก็ว่า ไม่อยากจะเชื่อเลย เราก็ว่า เรารู้สึกตัวตลอดนะ แต่มันเป็นไปเอง… คุยกันสักพักก็ต้องขอตัวงีบสักครู่

บ่ายโมง .. แม่ชี นัดให้เรามาอีกรอบ เพราะเวลามีน้อย เย็นนี้ก็จะกลับแล้ว…เลยให้เวลาเป็นพิเศษ

บ่ายเราก็ออกอาการ เป็นเด็กอีก..คราวนี้พอมีอาการ ก็ร้องไห้เลย… หนูคิดถึงแม่!!!!

แล้วก็กอดแม่อีก ..พอปากพูดว่า แม่สบายดีมั้ย แขนซ้ายก็ยกมานวดๆตามแขนข้างขวา .. ร้องงงงไห้! เหมือนชื่นใจเหลือเกินได้กอดแม่ได้อยู่ใกล้แม่นิ   ตลอดเวลานั้น เรา พยายามสื่อในจิตเหมือนคุยกับเขา ตลอดว่า แม่ก็คิดถึง ขออโหสินะ .. แม่พรก็ว่า แม่เขาตั้งชื่อให้หนูแล้วนะ ชื่อบอยนะ หนูชอบมั้ย…เราก็พยักหน้า น้ำตาก็ไหล! เหมือน เด็กที่ว่า ยิ่งถามยิ่งร้องงั้นอ่ะนะ มีอยู่ช่วง ที่เราสื่อว่า เราขออุทิศบุญกุศลให้ ถ้าได้รับ ก็ขอให้แสดงให้รู้ด้วย เราก็ ออกท่าทางเลย มือสองข้างนี่ค่อยๆยกขึ้น จนท่วมหัว แล้วฝ่ามือก็ประกบกัน ไปทางด้านหลังก่อน ..แล้วตัวก็ค่อยๆก้มลงๆ จนมือแตะพื้น เหมือนหมอบกราบ

แม่พรถามว่าอยากได้อะไรมั้ย ให้แม่ใส่บาตรให้มั้ย… ก็ไม่เอา ส่ายหัว …(ดีนะ ที่ไม่ให้ใส่บาตร เรายิ่งขี้เกียจตื่นเช้าๆอยู่) สังฆทานก็ไม่เอา..จนแม่พรพูดคำว่า เอาผ้าป่ามั้ย เอากฐินมั้ย แค่นั้น…   เพียงได้ยินคำว่ากฐิน ก็รู้สึกเหมือนมันตื้นตันไปหมด น้ำตาก็ไหลๆๆๆๆออกมาเป็นทาง "เอา เอา เอา กฐิน…เอา หนูอยากได้กฐิน หนูอยากได้กฐิน…"

อ่ะ เป็นอันรู้กันแล้วว่า ต้องการกฐิน … จากนั้น เราก็เงียบไป เพราะเราใช้จิตเราพูดคุยกับน้องบอย อยู่ภายใน เราบอกเขาว่า ให้ช่วยแม่ค้าขายด้วย ให้หาแฟนใหม่ดีๆให้ที คุยอะไรนักไม่รู้ จำไม่ได้แว้ววว… จำได้แค่ว่า ระหว่างที่คุยกันนั้น แม่พรพยายามถามอะไรไม่รู้ตลอด จนเขายกมือขึ้นห้ามแม่พร แล้วก็ว่า "หนูจะคุยกับแม่" … คนที่อยู่ตรงนั้นฮา ก๊าก เลยตอนนั้น และตอนนี้ก็หยุดร้องไห้แล้วนะ

"แม่บอกว่า ให้หนูช่วยแม่ขายของ แล้วก็ หาแฟนให้แม่ด้วย …." อยู่ดีๆก็พูดออกมา เหมือนจะพูดอวดๆแม่พร น้ำเสียงอวดๆหน่อย..(นึกแล้วยังขอยู่เลย)

แม่พรก็ว่า "เหร้อ..แม่บอกให้หาแฟนให้ด้วยเหรอ งั้นหนูก็ต้องช่วยแม่แล้วนะ หนูจะได้มาเกิดเป็นลูกแม่อีก ดีมั้ย"

"ดีๆๆๆ หนูอยากมาเกิดเป็นลูกแม่อีก ดี ดี หนูจะหาแฟนให้แม่…"…

จากนั้นแม่พรก็ถามว่า หนูจะไปรึยัง แม่เขาจะได้พักผ่อน เท่านั้นละ…ร้องไห้อีกแล้ว… "หนูอยากอยู่กับแม่"…เดือดร้อนถึงแม่พร ต้องค่อยๆพูดปลอบให้เขายอมไป…จนเขาไปเองอย่างสงบ…จนเราไม่ต้องกลั้นหายใจแล้วปล่อย คือ นั่งนิ่งๆเข้าสู่สมาธิธรรมดาไปเองเลย

เมื่อแผ่เมตตาและออกจากสมาธิ ก็นั่งคุยถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมากับแม่พรต่อ แม่พรคอยทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง..กันลืม ก่อนจะไปพกผ่อน เก็บของเตรียมตัวออกเดินทางกลลับบ้าน อย่างสบายใจ…

สบายใจจริงๆ เหมือนอะไรๆ มันโล่งไปหมดเลย… ได้รู้ในสิ่งที่คาใจอย่างไม่น่าเชื่อ 

แล้วสี่โมงเย็น เราก็แม่ชีทุกๆท่าน กลับบ้าน…พร้อมกับ ชำระหนี้สงฆ์ ไป 40 บาท(สองคน) เพราะไอ้หนี้สงฆ์นี่ละ เป็นสิ่งเดียว ที่เป็นความรู้สึกคาใจที่แบกกลับมาบ้านด้วย เพราะรู้สึกว่ามันน้อยไป..แต่ทำไงได้ตอนนั้นเหลือแบงค์ย่อย อยู่แค่นั้น ก็เลยใส่ได้แค่นั้น เลยเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ ที่ทำให้ จะต้องไปชดใช้ให้อีกคราวหน้า… 

 

 

หนึ่งความคิดบน “ประสบการณ์ใหม่ กับการ ออกกรรม (แก้กรรม) วันที่สอง

  1. เราจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า เราไปที่วัดเขาสมโภชน์ ลพบุรี มาแล้ว ไปคนเดียว
    ไปครั้งแรกวันที่ 12-16 ธันวา 54 2 วันแรก
    เรานั่งโยกตลอดเลย แล้วแขนขามันก็อยากจะยืดยาวออกไปหมด
    บังคับตัวเองไม่ได้เลย วันที่ 3 นั่งโยกเหมือนเดิม แต่พนมมือไหว้
    ไม่อยากยืดตัวนอนแล้ว อยากไหว้พระ อยากฟังเสียงสวดมนต์อย่างเดียว
    วันที่ 4 นั่งที่กุฏิแม่ชีเรณู(เป็น ลูกศิษฐ์ ของ หลวงพ่อคง มาก่อน เหมือนกัน)
    คุณแม่ท่านบอกจะช่วยฝึกให้ ก็ออกมานั่งโยก พนมมือไหว้ เหมือนเดิม
    แต่พอโยกๆไปสักพักรู้สึกเบาตัว แล้วก็ หยุดโยก กลายเป็นนั่งสมาธิเฉยๆ
    แต่ในตอนที่ยังไม่ลืมตา เห็นแสงสีขาว รู้สึกมีความสุขมาก มือและขาเกิดภาวะว่างเปล่า
    ไม่รู้สึกเมื่อย เหมือนไม่มีมือและขาเลย
    ส่วนครั้งที่ 2 เพิ่งจะไปเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมานี้เอง แต่เอาไว้
    กลับมาเล่าทีหลังนะ มีงานแล้ว

  2. อนุโมทนาด้วยนะคะ คุณก้ิย
    อยากไปออกกรรมค่ะ จะติดต่อคุณก้อยได้ยังงัยคะ
    พอดีไม่เคยไปเลยค่ะ
    ติดต่อกลับด้วยนะคะ0898982974 หญิง

แนะนำ ติชม ให้กำลังใจ หรือ เล่าเรื่องราวที่อยากระบาย

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s