ประสบการณ์ใหม่ กับการ ออกกรรม (แก้กรรม) วันแรก


 

เมื่อวัน เสาร์ที่ผ่านมานี้ (31 พค.51)  ดิฉันกับเพื่อนอีกหนึ่งคน นางสาว มุ่ย ได้มีโอกาส เดินทางไป ปฏิบัติธรรม ที่ สำนักปฏิบัติธรรม วัดย่านขาด อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

โดยการแนะนำจากพี่คนหนึ่ง  ที่เป็นสมาชิกเว็ปพลังจิต และเคยไปมาแล้ว

ที่สำนักปฏิบัติธรรมนี้ มี จุดเด่น ในเรื่อง ของการ  ออกกรรม ซึ่งจะมีแม่ชี  คอยช่วยเหลือและดูแลเราตลอด แม่ชีที่สำนักฯนี้ ใจดีมากเลยค่ะ 

วันนั้น ดิฉัน ออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า เดินทางจากสมุทรปราการ ตั้งใจว่าคงไปถึงพิษณุโลกไม่เกินบ่ายโมง แล้วก็จะแวะไหว้พระพุทธชินราชด้วย แล้วค่อยเดินทางต่อไป อ.พรหมพิราม แต่สุดท้ายก็ไปถึงสำนักฯ ประมาณ 2 ทุ่มค่ะ … เพราะระหว่างทาง เกิดอุบัติเหตุมีมอร์เตอร์ไซด์มาชนท้าย ขณะรถจอดอยู่เฉยๆที่ไหล่ทาง ถ.สายเอเชีย  จ.อ่างทอง คนขี่เจ็บหนักค่ะ เรื่องก็เลยถึงตำรวจ กว่าจะเอารถออกจากโรงพักได้ เลยเสียเวลาไปครึ่งวันกว่า

ในตอนแรกคิดว่า คงจะไม่ได้ไปแล้ว เพราะ ตำรวจทำทีท่าว่าจะไม่ปล่อยให้เอารถออก (ติด ส-อา.) ขอร้องยังไงก็ไม่ยอม จนไปเยี่ยมคนเจ็บแล้วกลับมาที่โรงพักใหม่ ก็ลองคุยดูอีกครั้ง สุดท้าย กว่าจะได้ออกจากโรงพัก ก็ บ่ายสองหน่อยๆ เสียเงินไป 700 ค่ะ คุณตำรวจเขาว่า เป็นค่าตรวจสภาพรถ จากอู่นอกค่ะ ก็ตัดใจให้ๆเขาไป เพื่อที่เราจะได้เอารถออกจากโรงพักได้สักที   

จากนั้นก็ถามเพื่อนที่มาด้วยกันค่ะ ว่าจะเอายังไง ไปต่อไหม  เขาก็กลัว .. เพราะตั้งใจมาแล้วมาเกิดอุบัติเหตุซะก่อน ก็เลยกลัว …  แต่ด้วยความที่ดิฉันตั้งใจแล้ว และอยากจะไป ไหนๆก็หาคนเฝ้าร้านได้แล้วทั้งที ถ้ากลับบ้านก็เสียดายแย่ เพราะกว่าจะไปไหนได้แต่ละที ก็ลำบากที่จะหาคนมาเฝ้าร้านแทน ก็เลย บอกเพื่อนว่า มันก็เหมือน คนจะบวชน่ะ ที่จะมีมารมาคอยขัดขวาง ไม่ให้บวช เราต้องเอาชนะมารนั้นให้ได้ แล้วก็ให้ความมั่นใจกับเพื่อนว่า เราไม่ใช่คนขับรถประมาทนะ แต่ที่ เกิดอุบัติเหตุเนี่ย  เพราะเขาประมาท แล้วเขาก็เจ็บเอง … เพื่อนก็เลยโอเค เมื่ออยากไป ก็ ไปต่อ.. 

ออกจากอ่างทอง ประมาณ บ่ายสองหน่อยๆค่ะ ก็ค่อยๆขับไปเรื่อยๆ ตามทางหลวง หมายเลข 32 แล้วไปแยกเข้า ทางหลวง หมายเลข 11 ที่อินทร์บุรี วิ่งตรง จนถึง พิษณุโลก เกือบทุ่มค่ะ ตอนห้าโมงเย็นก็โทรไปบอกที่สำนักไว้ก่อนแล้ว ว่าจะไปพักค้าง และคงไปถึงประมาณ หนึ่งทุ่ม  พอไปถึง พิษณุโลก เลยโทรถามทาง อีกที …

จากพิดโลก วิ่งไปทาง สุโขทัย ระหว่างทาง จะมีแยก เข้า เขื่อนนเรศวร ป้าย จะเขียนบอกไว้ค่ะว่า ไป อ.พรหมพิราม ไป เขื่อนนเรศวร   ก็เลี้ยวขวา เข้าไปตามทาง   ทางจะมืดค่ะ ไม่มีไฟ เป็นทาง สองเลน รถสวนกัน เลียบคลองไปตลอด ทางดีบ้างไม่ดีบ้าง เป็นบางช่วงค่ะ จากปากทาง เข้าเขื่อน ตรงมาเลื่อยๆ  จะเป็นหัวโค้งซ้าย ป้ายจะเขียน ว่า ไป อุตรดิตถ์ ก็ไปตามทางค่ะ  แต่คลองทางด้านขวามือ จะใหญ่และกว้าง กว่าเดิม ขับรถไปเรื่อยๆ  ให้สังเกตป้ายด้านซ้ายค่ะ โดยขวามือค่ะ จะเป็นสะพาน เล็กๆ ข้ามคลอง จะต้องเลยทางเข้า เขื่อนนเรศวร ไปก่อน (ตรงนี้ ป้ายตรงข้ามสะพาน จะเขียนไว้ว่า เขื่อนนเรศวร กับ พรหมพิราม ลูกศรเลี้ยวขวา) พอเลยไป เรื่อยๆ ก็จะเจอ ป้ายด้านซ้าย เป็นป้าย หมู่บ้านค่ะ  บ.ย่านขาด เลยป้ายนี้ไปอีกนิดก็จะมีป้าย  สำนักฯ ติดไว้ฝั่งซ้ายเหมือนกันค่ะ ป้ายจะชี้บอกให้เลี้ยวขวา ข้ามสะพานข้ามคลองค่ะ  นอกจากป้าย ของสำนักแล้ว ก้ยังจะมี ป้าย   บ้านคลองตาล  อีกค่ะ เป็นป้ายใหญ่ ป้ายทำด้วย ซีเมนต์ค่ะ มีศาลารอรถอยู่ด้วย ตรงข้ามป้ายจะเป็นสะพานพอดี

เลี้ยวข้ามสะพานไป ก็จะเข้าหมู่บ้าน ค่ะ  ตรงไปเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้าย  เลี้ยวไปนิดเดียวก็จะเจอวัดย่านขาด อยู่ขวามือ  ให้เลยวัดไปก่อน ก็จะเป็นทางเข้า สำนัก ของแม่ชีค่ะ   โดยรวมแล้ว จาก สมุทรปราการไป ก็ประมาณ 550 กม.ค่ะ

ไปถึง ประมาณสองทุ่มค่ะ แม่ชีท่านมารอเปิดประตูรั้วให้ ตอนนั้น ที่ศาลา เขากำลัง ปฏิบัติกันอยู่เลยค่ะ ดิฉันไปถึง แม่ชี ท่านก็จัดหา กุฎิ ให้พักค่ะ แล้วก็ถามค่ะว่า "ทราบใช่ไหมคะ ว่าที่นี่เขาออกกรรมกัน"  ถ้าจะร่วมเลย ก็ไป อาบน้ำก่อนหรือจะพักก่อนก็ได้ค่ะ … ดิฉันตัดสินใจกับเพื่อนค่ะ ว่าจะร่วมปฏิบัติเลย เพราะเวลามีน้อย..  ระหว่างอาบน้ำอยู่ เพื่อนก็ถามค่ะว่า ได้ยินเสียงร้องไห้มั้ย .. ปกติ ดิฉันไม่ใช่คนขี้กลัว ค่ะ ก็เลย บอกว่า เราไม่กลัวหรอก ไม่ได้ยินด้วย … แต่พอฟังดีๆ มีเสียงคนร้องให้จริงๆค่ะ หาไปหามา ก็ถึงได้รู้ว่ามาจากศาลา ที่เขากำลังปฏิบัติกันอยู่

พอเข้าไปที่ศาลา  มีคนที่มาปฎิบัติอยู่ 5 คน และแม่ชีอีกสามท่าน  เห็นแม่ชี กำลังมุงดูผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังร้องไห้ พอตั้งใจดู ถึงรู้ว่า เขากำลังออกกรรมอยู่ ผู้หญิงคนนั้น ทำแท้งลูกทั้งหมดสามคน พอแม่ชีให้นั่งสมาธิ สูดลมหายใจเข้าออกเร็วๆแรงๆ เมื่อถึงเวลาก็เกิดอาการ  อย่างที่เราเห็น  ตอนนั้นแม่ชี กำลังถาม ผู้หญิงคนนั้น ว่า เขาต้องการอะไร ให้ถามในจิตดู สักพัก ก็มีเสียงตอบออกมาว่า สังฆทาน  แม่ชีก็ถามว่า กี่ถัง คนละถังหรือเปล่า … เมื่อได้เวลา พอสมควรแล้ว ก็เห็นแม่ชี เรียกชื่อหญิงคนนั้น ดังๆ หลายครั้ง เหมือนกับเรียกสติให้กลับมา  แล้วก็บอกให้เขา นึกพุทโธ หายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจสักพักแล้วก็ปล่อยออกเบาๆ จนหญิงคนนั้น เริ่มสงบลง หายร้องไห้ กลับกลายเป็นนั่งสมาธิ ตามเดิม แม่ชีปล่อยให้เขานั่งสมาธิไปสักพัก แล้วก็บอกให้เขาแผ่เมตตา ….

เมื่อคนนั้น เสร็จเรียบร้อย  แม่ชี ก็เดินมาหาเรากับเพื่อน   ปรึกษากันว่า จะปฎิบัติกันอย่างไร เพราะเวลามีน้อย แม่ชีท่านก็กรุณามากค่ะ   ท่านถามว่าจะบวชชีพราห์มมั้ย ถ้าบวชก็บวชก่อนแล้วค่อยออกกรรม ตกลงกันจะบวช เพราะได้ถือศีลแปดด้วย ได้บุญมากกว่า  แล้วท่านก็บอกให้นำพานมาใส่ดอกไม้ ธูปเทียน และเงินค่าครู ดิฉันก็วิ่งไปที่กุฎิ เอาเงินมา120 แบ่งกันกับเพื่อนคนละครึ่ง แล้วก็นั่งรอประมาณห้านาที แม่ชีท่านหนึ่ง ก็เดินเข้ามาในศาลา ทราบภายหลังว่าชื่อ เลื่อม ท่านให้เราบูชาพระก่อน สมาทานศีล กล่าวคำขอบวช ถวายพาน ก็เสร็จพิธี จากนั้น แม่ชีพร ก็เข้ามาหาเรา ให้เรานั่งสมาธิ โดยขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย แต่ท่านเห็นเรานั่งไม่ถนัด ท่านเลยให้เรานั่งเอาขาซ้ายทับขาขวา แล้วท่านก็บอก ให้สูดลมหายใจเข้าแรงๆ แล้วนึก "พุท" สูดลมจากท้อง เหมือนสูดเอาโรคจากร่างกายเงยหน้าแล้วโยกตัวไปข้างหลังเล็กน้อย แล้ว ปล่อยลมหายใจออกแรงๆ นึก "โธ" เหมือนปล่อยโรคออกไป พร้อมกับก้มตัวลงไปข้างหน้า โดยท่านย้ำว่า ระหว่างนั่ง ห้ามลืมตาเด็ดขาด  เพราะจะทำให้เรา เวียนหัว   ทำแบบนี้ไปพักหนึ่ง ท่านแม่ชี ก็จะบอกให้เร็วขึ้น แล้วท่านก็สูดลมของท่าน นำเราให้เราทำตาม สูดเร็วขึ้น และแรง เราก็หายใจเร็วขึ้น แรงขึ้น จนจมูกบานเลย  พอเสียงสูดลมเบาไป ท่านก็จะเตือน "ก้อย เบาไป ไม่ได้ยิน" ท่านจะคอยดูและคอยกำกับ อยู่ข้างๆตลอด แล้วท่านก็จะย้ำอยู่ข้างๆว่า อยากทำอะไรทำ อยากร้องก็ร้อง อยากยกก็ยก  

 

เมื่อนั่งไปได้สักพักหนึ่ง ไม่รู้ว่านานแค่ไหน มีความรู้สึกว่า มือนั้นอยากจะลอย แม่ชีก็คอยเน้นว่า อยากทำอะไรทำ ก็เลยพูดออกมาเบาๆ ว่ามืออยากลอยค่ะ ท่านก็ว่า ลอยเลย แล้วเราก็เลยปล่อยมือให้เป็นไปตามที่มันอยากจะเป็น   มือก็เริ่มลอยขึ้น สองมือแยกออกจากกันยกขึ้นเหนือหัว ในความรู้สึกตอนนั้น รู้ตัว แต่บังคับมือไม่ได้  เมื่อยกอยู่เหนือหัว มือก็เริ่ม หมุนไปหมุนมา นิ้ว ชี้ นิ้วก้อย ข้างขวา และบางนิ้วข้างซ้าย ก็รู้สึกปวดตึงๆตรงข้อสุดท้าย รู้สึกเหมือนมีอะไรมารัดอยู่ เหมือนนิ้วโดนตัดออกแล้วปวดตรงข้ออย่างไงอย่างงั้น แต่ก็ไม่ได้บอกแม่ชี แม่ชีก็คอยถามว่า "ก้อย รู้รึยัง ทำอะไรมา" เราก็ส่ายหัว " นั่นใคร" เราก็ส่ายหัว เพราะตอนนั้น เรารู้ตัวตลอด แต่มือมันบังคับไม่อยู่แค่นั้นเอง

สักพักก็ได้ยินเสียงแม่ชี เรียก "มุ่ย…อยากร้อง ร้อง!"   "ร้องดังๆ"  ก็ได้ยินเสียงเจ้ามุ่ย  ร้องไห้สะอื้น

เราก็คิด  "เฮ้ย ! มันได้แล้วว่ะ  เรายังไม่ได้เลย"  "เฮ้ย! มันร้องไห้ว่ะ" แล้วแม่ชี ก็ถาม "มุ่ยร้องทำไมคะ"

มุ่ย… " คนที่เรารักไม่รักเรา" …. "เสียใจ" …. " หนูอยากรู้หนูทำกรรมอะไรกับเขาไว้"    ……………..   ก๊าก ก๊ากกกกกกก

แม่ชี…ก็เลยเทศนาให้ฟัง ให้นึกถึงแม่ ว่าคนที่เสียใจก็คือแม่….  เราก็นั่งฟังไปด้วย มือก็บิดๆงอๆไปด้วย  พุทโธไปด้วย … โอ๊ย หลายอาการ ในเวลาเดียว

ไม่ได้สงบกับเขาหรอก

พอแม่ชีคุยกับมุ่ย  ก็หันมาถามเราอีกว่า "ใครคะ  เห็นรึยังว่าใคร"  เราก็ได้แต่ส่ายหัว  … ก็มันไม่เห็นจริงๆนี่นา  

พอแม่ชีเห็นว่านานไปแล้ว ไม่รู้สักที ก็เลยเรียกชื่อเรา …. "ก้อย ก้อย  เอามือลง กลั้นหายใจ แล้วปล่อย" … เรียกซ้ำๆอยู่อย่างนี้ จนเราเอามือลงมาเหมือนเดิม  แล้วก็ให้เรากับมุ่ยนั่งสมาธิต่อ เสร็จแล้วจึงแผ่เมตตา

แม่ชีบอกว่า วันนี้อาจเหนื่อย เลยยังไม่ออก ให้พักก่อน แล้วพรุ่งนี้ เช้าหลังทานข้าวกับกลางวันหลังทานข้าวเหมือนกัน  ค่อยมาเริ่มใหม่ เพราะมีเวลาน้อย เลยต้องให้เวลาเพิ่ม เดี๋ยวแม่ชีจะช่วยให้…. เพราะปกติ เขาจะเริ่มปฏิบัติกัน หลังจากทำวัตรเย็น  ไปจนดึกค่ะ  

ท่านบอกว่า ไหนๆก็มาแล้ว อยากให้ออกกรรมได้สำเร็จ จะได้กลับไปอย่างสบายทั้งกายและใจ   เพราะบางคน ที่ออกกรรมไม่สำเร็จ กลับบ้านไปป่วย ก็มีนะคะ  เราก็เลยมีความรู้สึกว่า เขาดูแลใกล้ชิดดีจังเลย  นี่ขนาดแม่ชีใหญ่ไม่อยู่นะ ยังโอเคขนาดนี้  หรือจะเพราะแม่ชีใหญ่ไม่อยู่ รึเปล่าก็ไม่รู้นะ คนที่มาก็เลยน้อย แม่ชีก็เลยดูแลพวกเราได้เต็มที่

 

สำหรับท่านที่แวะผ่านมา

คุณสามารถติดตามอ่านเรื่องราวต่างๆ ของการ ออกกรรม ได้อีก ในบล็อกของเรานะ…

ที่วีดีโอ ก็มีภาพการออกกรรม ที่เก็บมาจากวัด ลงไว้

ท่านไดที่ สนใจ อยากจะไปปฏิบัติบ้าง แต่ไม่รู้จะติดต่ออย่างไร เมล์มา หรือ ส่งข้อความมาหาเราได้นะ

จะช่วยติดต่อให้ บางที ถ้าเราว่าง เราอาจจะไปด้วยก็ได้..เพราะเราชอบไป    

 

หนึ่งความคิดบน “ประสบการณ์ใหม่ กับการ ออกกรรม (แก้กรรม) วันแรก

แนะนำ ติชม ให้กำลังใจ หรือ เล่าเรื่องราวที่อยากระบาย

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s